ค่านิยม “ชายเป็นใหญ่” ทำร้าย “ผู้ชาย” อย่างไร

การที่ “ทุกเพศเท่าเทียม” กัน
นั่นหมายถึงการปลดแอก และภาระหนักจากความอภิสิทธิ์ในความเป็น “ชาย” ของคุณลงมาด้วย
ความเท่าเทียมเท่านั้นคือบัตรผ่านเดียวให้ผู้ชายได้มีสิทธิ์เป็นมนุษย์ ที่ได้ยืนบนพื้นเสมอกับทุกคนทุกเพศ
ไม่ต้องถูกคาดหวังให้เป็นฮีโร่ เป็นมนุษย์เหล็ก เป็นอาวุธ หรือเป็นอะไรที่คุณไม่เคยอยากเป็น

“พ่อ-แม่คือพระอรหันต์” ความเชื่อที่ส่งเสริมอำนาจนิยมในครอบครัว

การนำพ่อแม่ ไปเทียบกับ “พระอรหันต์” อันแตะต้องไม่ได้ ย่อมทำให้พวกเขามี “อำนาจ” เด็ดขาดในตัวซึ่งมีผลกับลูกโดยตรง
พ่อแม่ที่เอ็นจอยกับการรับบทเป็นอรหันต์โดยไม่มีความถ่อมตัวหรือสำนึกว่าลูกเองก็เป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกันกับตน ก็อาจแสดงพฤติกรรมออกมาเป็นการใช้อำนาจเผด็จการกับลูก และเห็นลูกเป็นผู้ที่อยู่ใต้อาณัติ ต่ำกว่า และต้องบูชาตนเสมอ

“Divide and rule” กลยุทธ์เผด็จศึกและยึดครองอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ ที่พิสูจน์ว่า “พวกเขา” เห็นประชาชนเป็น “ศัตรู” ตลอดมา

ในขณะที่ประเทศไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใครอย่างที่เหล่าคนรักชาติภาคภูมิใจแต่คนไทยก็ไม่เคยได้มีสิทธิเสรีภาพและมีประชาธิปไตยเต็มใบอย่างที่พึงได้รับ เพราะตลอดยุคสมัยที่ผ่านมา เหล่าขั้วอำนาจ ทั้งทหารเผด็จการและชนชั้นศักดินาต่างใช้กลยุทธ์ “การแบ่งแยกแล้วปกครอง” นี้ภายในประเทศเพื่อครอบงำ ยึดอำนาจประชาชนอย่างเบ็ดเสร็จอย่างแนบเนียนมาตลอดแม้เราจะเป็นประเทศที่ปิดป้ายไว้ว่า “ประชาธิปไตย” ก็ตาม

คนไทยมี “ทัศนคติทาส” เพราะความภาคภูมิใจในตัวเอง(Self-esteem)ต่ำ

“พวกทาสล้วนมีธรรมชาติของความเป็นทาสอยู่ในตนขณะที่เสรีชน มีธรรมชาติความเสรีอยู่ในตน
สถานะของพวกเขาในสังคมจึงเป็นเพียงแค่สิ่งสะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติที่มีติดตัวมาแต่กำเนิดของพวกเขาเท่านัน”

-เซเปียนส์

สังคมอุดมน้ำใจ หรือ romanticize การ “ผลักภาระ”

การได้เห็นว่ามีคนอีกมากมายที่ยังลำบาก น่าจะทำให้เห็นได้ชัดไม่ใช่เหรอ ว่าแท้จริงคนที่เราควรช่วยมากที่สุดไม่ใช่ “รัฐบาล” ด้วยการรับหน้าที่ดูแลประชาชนกันเองมาจากมือรัฐบาล แต่เป็นประชาชนคนไทยด้วยกันนี่แหละ ที่ต้องการความดูแลอย่างยั่งยืนจากรัฐฯ โดยไม่ต้องรอพึ่งใบบุญจากฮีโร่ชั่วคราว ที่ให้แล้วฟิน บริจาคแล้วจบ คนจนหายจนแค่วันสองวันแล้วก็ลืมตาอ้าปากไม่ได้เหมือนเดิมตลอดชีวิต

ชวนดูหนัง“22 July”…เมื่อความรักชาติแบบผิดๆ สามารถทำให้ผู้ใหญ่บางคนเห็นการทำร้ายเยาวชนผู้เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเสรีภาพกลายเป็นความชอบธรรม

บางคนอาจไม่เคยจินตนาการออกเลย ว่า “อุดมการณ์” ที่เข้มแข็ง จนดื้อด้านต่อความมี “มนุษยธรรม” นั้นสามารถกระทำความโหดร้ายได้มากแค่ไหน ถ้าเหตุการณ์นั้นไม่ใกล้ตัวเราเข้ามา…

“Sexual Harassment” ไม่ใช่แค่เรื่อง “เพศ” แต่เป็นเรื่องของ “อำนาจ”

Sexual Harassment สามารถถูกใช้เป็นเสมือนอาวุธ และเป็นเครื่องมือในการแสดงอำนาจ ซึ่งเพศไหนก็มีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมแบบนี้ได้ เพียงแค่พวกเขาอยู่ในสถานะที่คิดว่าตน “มีอำนาจ”

วิธีรับมือกับคนใกล้ตัวที่ชอบวิจารณ์รูปร่าง(Body Shaming)

การ “รักตัวเอง” ย่อมไม่ใช่ความ “เห็นแก่ตัว” โปรดอย่ารู้สึกผิด หากคุณเลือกที่จะรักษาสุขภาพจิต และความสามารถในการรักและเคารพตัวเองของคุณ(Self-esteem)ให้ปลอดภัย มากกว่าการแคร์ความคิดผู้อื่น หรือแม้กระทั่งการรักษาความสัมพันธ์ที่คุณได้รับผลกระทบแย่ๆ เสมอ

“Body Shaming” ฆ่าคนได้…

การ “วิจารณ์” ไม่ใช่การ “ติเพื่อก่อ” เสมอไป โดยเฉพาะเมื่อเป็นการวิจารณ์รูปร่างและรูปลักษณ์ ที่ทำให้ผู้ถูกวิจารณ์มีทัศนคติลบต่อภาพลักษณ์ของตัวเอง และทุกๆ 62 นาทีมีผู้เสียชีวิตจากภาวะการกินที่ผิดปกติ(Eating Disorder) ซึ่งเป็นความป่วยที่ล้วนเกิดจากการ “ไม่ชอบตัวเอง”

ความเชื่อทาง “ศาสนา” กับวัฒนธรรมการ “โทษเหยื่อ”(Victim Blaming)

การมีสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนานับเป็นสิ่งดี แต่เหนืออื่นใดคือเมื่อเรากำลังอยู่บนโลกที่มีความแตกต่างและหลากหลาย การถอยความเป็น “ศาสนิก” ลงสักก้าว เพื่อมองเห็นความเป็น “มนุษย์เหมือนกัน” ในผู้อื่น แม้ในมุมมองของผู้มองเข้าไปดูอาชญากรรมที่เกิดขึ้นโดยที่ตนไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย และมองเห็นเหตุการณ์ต่างๆ อย่างเป็นจริงก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

1 2 3 5