ทำลายมายาคติของนักลงทุน new gen – Startup ที่สำเร็จส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีเงิน

ทำลายมายาคติของนักลงทุน new gen – Startup ที่สำเร็จส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีเงิน


กระแสของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเองกำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ทุกคนใฝ่ฝันถึงโอกาสทางธุรกิจที่สามารถทำได้เองโดยไม่ต้องหวังไปทำงานบริษัทเพื่อหาเส้นสายหรือสร้างเครือข่ายตามขนบเดิมๆ ธุรกิจ startup ที่เริ่มจากการสรรหาไอเดียใหม่ๆมาสร้างธุรกิจที่สามารถเติบโตอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ จึงดูเป็นแนวคิดที่เหมาะกับชาว next gen มากกว่า

ความเฟื่องฟูของธุรกิจประเภทนี้กลายเป็น Trend ในสังคมสมัยใหม่อย่างรวดเร็ว ใครๆต่างก็คิดว่านี่เป็นธุรกิจสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กล้าเสี่ยง มองว่านี่เป็นโอกาสทางธุรกิจที่ทุกๆคนต่างเข้ามาแย่งชิงตลาดกันเป็นการใหญ่ และเป็นธุรกิจที่ “ง่าย” และ “โตเร็ว” เพียงแค่เรามี “ไอเดียที่ไม่เหมือนใคร” ก็สามารถทำให้ธุรกิจเติบโตได้…..ซึ่งมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

งานวิจัยจากหลายสถาบันในสหรัฐอเมริกาพบว่า “เหตุผลที่คนรุ่นใหม่กล้าเสี่ยงในการทำธุรกิจมากขึ้น เพราะมีแหล่งเงินทุนที่สามารถเข้าถึงได้แน่นอน” Andrew Oswald อาจารย์จากมหาวิทยาลัย Warwick ศึกษาและพบว่า “นักธุรกิจ startup ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ มีแหล่งเงินทุนตั้งต้นทำให้พวกเขากล้าที่จะคิดไอเดียที่สร้างสรรค์มากกว่าคนอื่นๆโดยไม่ต้องกลัวว่าจะเจ๊ง” …..แหล่งเงินทุนที่ว่ามาจากไม่ใกล้ไม่ไกล…. กระเป๋าสตางค์ของคุณพ่อคุณแม่นั่นเอง

Ross Levine และ Rona Rubenstein นักเศรษฐศาสตร์ มหวิทยาลัย California, Berkeley กล่าวว่าสัดส่วนการตลาดของเจ้าของธุรกิจ startup ในอเมริกาส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ผิวขาว และมีการศึกษาสูง คนเหล่านี้เริ่มทำ startup ตั้งแต่เรียนจบหรือก่อนเรียนจบด้วยซ้ำ โดยใช้เงินทุนตั้งต้นจากครอบครัวทั้งหมด นักธุรกิจ startup ที่เข้าข่ายดังกล่าว ส่วนใหญ่ไม่มีประวัติรายได้และเงินเก็บมาก่อนเลย

นอกจากนั้นยังพบอีกว่าพฤติกรรมในความกล้าเสี่ยงทางธุรกิจของคนรุ่นใหม่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมหลายอย่าง และเงินเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ หากมีทุนตั้งต้นที่เยอะก็ทำให้คนรุ่นใหม่มีความกล้าเสี่ยงสูง และมีความอดทนต่อความเสี่ยงที่ต่ำ แน่นอนว่าหากมีเงินทุนตั้งต้นน้อย ก็ทำให้การตัดสินใจและพฤติกรรมทางธุรกิจเปลี่ยนไปด้วย โอกาสประสบความสำเร็จจึงมีน้อยกว่าคนที่มีต้นทุนทางการเงินสูง

เงินตั้งต้นในการรันธุรกิจ startup ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ราวๆ 30,000 เหรียญ ซึ่ง 80% เป็นเงินจากครอบครัวที่มีฐานะ นักธุรกิจ startup ที่เริ่มต้นเองจึงมักจะขาดสมดุลทางการเงิน เนื่องจาก startup เป็นธุรกิจที่เน้นการเติบโตอย่างรวดเร็วเพื่อสร้าง community ทางการค้า ในช่วงต้นรูปแบบของธุรกิจจึงไม่ได้ให้ความสนใจกับการสร้างรายได้มากนัก คนที่ใช้เงินทุนของตัวเองหรือเงินกู้เงินยืมต่างๆจึงไม่สามารถรันธุรกิจต่อไปได้และล้มไปในที่สุด จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนอายุที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ startup ที่เราเห็นๆกันจึงมีแต่คนที่ครอบครัวมีฐานะและพร้อม support ประมาณหนึ่งแล้วทั้งนั้น

ทั้งนี้ เราไม่ได้บอกว่าเราต่อต้าน startup หรือแอนตี้ครอบครัวที่มีเงิน แต่เราอยากให้ทุกคนที่สนใจจะทำธุรกิจประเภทนี้เข้าใจมันมากพอว่ามันเป็นธุรกิจแบบไหนและเบื้องหลังของมันต้องการอะไร แน่นอนว่าเราสนับสนุนคนที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ แต่บางครั้งเราก็ต้องยอมรับว่าต้นทุนทางฐานะก็มีผลกับธุรกิจเช่นกัน เราจะได้เดินหน้าอย่างรู้เท่าทัน ไม่ใช่หลงไปกับโฆษณาที่บอกว่าหนึ่งวันทำเงินได้เป็นหมื่นเป็นแสน เพราะทางมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบขนาดนั้น นอกเสียจากจะมีคนกรุยทางและโรยไว้ให้คุณแล้วซึ่งนั่นก็เป็นโชคดีของคุณ


ที่มาของข้อมูล

https://qz.com/455109/entrepreneurs-dont-have-a-special-gene-for-risk-they-come-from-families-with-money/?fbclid=IwAR0Bvs-zDNIgD7FTk-CwPVq7kcVVy9oFoG8q1TbcOPB5AEXBs9qh5wYozeA

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *