หญิงชาวจีนฟ้องเรียกค่าชดเชยจากสามีหลังหย่า เป็นค่าทำงานบ้าน ดูแลลูก

หญิงชาวจีนฟ้องเรียกค่าชดเชยจากสามีหลังหย่า เป็นค่าทำงานบ้าน ดูแลลูก


1-เมื่อประมาณปีที่แล้วชายนามสกุล Chen ได้ฟ้องหย่าหญิงสกุล Wang ซึ่งเป็นภรรยาของเขามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 นาง Wang จึงฟ้องเรียกค่าชดเชยจากอดีตสามี ซึ่งปล่อยให้เธอรับผิดชอบงานบ้าน และดูแลลูกชายของพวกเขาเพียงคนเดียวมาตลอดระยะเวลา 5 ปีที่อยู่ด้วยกัน โดยที่เขาไม่เคยช่วยเหลืออะไร

2-ศาลแขวง Fangshan จึงตัดสินให้ชายผู้เป็นอดีตสามีจ่ายเงินให้อดีตภรรยาด้วยเงินจำนวน 50,000 หยวน หรือประมาณ 7,700 เหรียญสหรัฐฯ เป็นค่าตอบแทนสำหรับการใช้แรงงานภรรยาซึ่งไม่ได้ค่าจ้างเลยมา 5 ปี อีกทั้งต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูเธอต่อไปอีกเดือนละ 2,000 หยวน

3-คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงคาบเกี่ยวของการปรับกฎหมายแพ่งใหม่ ซึ่งมีผลกับ “ชีวิตคู่” ของประชาชนชาวจีน จากที่ก่อนหน้านี้คู่สมรสไม่สามารถเรียกร้องขอค่าชดเชยจากอีกฝ่ายได้ ในกรณีที่ฝ่ายใดต้องแบกรับหน้าที่ดูแลครอบครัวของอีกฝ่าย รวมทั้งลูก ๆ โดยที่ไม่ได้มีการทำสัญญาตกลงยินยอมกันไว้แต่แรก ซึ่งก็ไม่ใช่ธรรมเนียมปกติธรรมดาที่ชาวจีนจะทำกันตอนแต่งงาน

แต่หลังจากภายในปีนี้จะมีการปรับกฎหมายที่มี ให้คู่สมรสเรียกร้องค่าชดเชยจากกันได้ ในกรณีที่แต่ละฝ่ายมีการ “ลงทุนลงแรง” ใด ๆ ระหว่างการชีวิตคู่ โดยที่อีกฝ่ายไม่เคยได้ค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม

4-ในขณะที่ในสื่อโซเชียลมีเดียของจีนอย่าง Weibo ก็มีผู้คนออกมาถกเถียงพูดคุยกันเกี่ยวกับกรณีนี้ ว่าสุดท้ายแล้วเงินค่าชดเชยที่ศาลตัดสินให้ผู้ชายจ่ายให้อดีตภรรยาของเขานั้นน้อยเกินไปมาก เพราะเงินจำนวน 50,000 หยวนต่อการทำงานเป็นแม่บ้าน และเลี้ยงลูกคนเดียวเต็มเวลา มันน้อยกว่าค่าจ้างพี่เลี้ยงเด็กเพียงปีเดียวด้วยซ้ำ

5-ซึ่งกรณีนี้ผู้พิพากษาอ้างกับสื่อว่า เป็นเพราะในการหย่าร้างจากการเป็นคู่สมรสที่ถูกกฎหมาย ซึ่งต้องมีการแบ่ง “สินสมรส” ออกเป็นสองส่วนสำหรับทั้งสองฝ่ายแล้ว “การทำงานบ้าน” ไม่สามารถมาตีเป็นมูลค่าเงินที่แน่นอนได้

6-ในขณะที่สังคมโลกอีกฝั่ง การที่ “ผู้หญิง” เลือกที่จะทำงานหลังจากตัดสินใจแต่งงานหรือมีลูกแล้ว หรือแม้แต่การที่ผู้หญิงไม่มีจุดหมายชีวิตเป็นการแต่งงาน และเลือกที่จะใช้ชีวิตโสด มีความสุขกับการทำงานหรือทำสิ่งที่ชอบไปตลอดชีวิต โดยไม่สร้างครอบครัวใหม่ เป็นเรื่องปกติมาก แต่ฝั่งตะวันออกโดยเฉพาะเอเชีย คุณค่าของผู้หญิงดูเหมือนยังขึ้นอยู่กับการ “แต่งงาน” และ “เป็นแม่คน” ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน

7-ค่านิยม และวัฒนธรรมแบบนี้ คือการ “กดขี่” ผู้หญิงอย่างไม่ต้องสงสัย ตั้งแต่การเอาคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้หญิงไปขึ้นอยู่กับการ “ถูกเลือก” จาก “ผู้ชาย” ไปจนถึงการที่ผู้หญิงต้องรู้สึกมีชีวิตสมบูรณ์ได้โดยต้องแต่งงาน สละชีวิตส่วนตัว ความฝัน การงาน ไปเป็น “แม่บ้าน” และ “คนใช้เต็มเวลา” คอยปรนนิบัติสามี ครอบครัวสามี สนับสนุนธุรกิจต่าง ๆ ของสามี ไปจนถึงทำหน้าที่เป็นคนเลี้ยงเด็กแบบเต็มเวลา โดยไม่มีค่าจ้างอย่างเป็นธรรม

เหมือนแต่งงานไปเป็น “แรงงานฟรี” ในบ้านผัว

8-ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับความคิด และมุมมองของชาวจีน ที่มีต่อเหตุการณ์นี้ เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ทำให้เราได้เห็นว่า แม้จะอยู่ในสังคมเผด็จการเต็มรูปแบบ แต่การตระหนักใน “ความเท่าเทียมทางเพศ” และกระแส “เฟมินิสต์” ของจีนก็ยังแข็งแรงมาก จนพร้อมออกมางัดกับนโยบายต่าง ๆ ของรัฐ หรือแนวคิดบิดเบี้ยวต่าง ๆ ในสังคมแม้แต่กับสื่อโฆษณาทีวี
แม้สุดท้ายแล้วต่อให้ผู้คนจะ “ตื่นตระหนัก” กันแค่ไหน ก็ไปสุดทางได้แค่ดุลยพินิจของผู้นำเผด็จการแค่ไม่กี่คนอยู่ดี


ที่มาข้อมูล

1-https://www.bbc.com/news/world-asia-china-56178510

2- https://www.scmp.com/news/people-culture/gender-diversity/article/3122751/chinese-divorce-court-orders-husband-pay-wife

3- https://www.theguardian.com/world/2021/feb/24/woman-awarded-7700-for-five-years-of-housework-in-china-divorce-ruling

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *