หมอดูที่แม่นที่สุดคือตัวเราเอง… เพราะคนเรามักจะทำให้ชีวิตเป็นไปตามที่ตัวเอง “เชื่อ” ว่าจะเป็น

Self-Fulfilling Prophecy นี้ว่าด้วยหลักการที่ว่า “ความเชื่อ” หรือ “คำทำนาย” ที่คนเรายึดถือคาดการณ์ และคาดหวังไว้ ทำให้ผู้คนมีแนวโน้มทำพฤติกรรมใด ๆ เพื่อให้ความเชื่อและการคาดหวังนั้นเป็นจริงในที่สุด

เพราะ “ความเมตตา” ของมนุษย์มีขีดจำกัด… ภาพของ “เหยื่อคนเดียว” จึงสร้างพลังแห่งความเห็นอกเห็นใจได้มากกว่าเหยื่อนับพัน

ทำไมภาพของ “เหยื่อ” จากการถูกล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียน ถึงสร้างแรงกระเพื่อมแห่งความโกรธ และความเห็นอกเห็นใจ ได้มากกว่าตัวเลขสถิติของผู้ที่ถูกล่วงละเมิดโดยบุคลากรในโรงเรียนทั้งปี ที่มีจำนวนมากจนน่าตกใจ
เป็นเพราะความจริงแล้ว “ความเมตตา” ของมนุษย์มีขีดจำกัด เพราะภาวะที่เรียกว่า “Psychic Numbing” หรือ “ความมึนงงทางจิต” ที่ทำให้เกิดการ Lack ส่งผลให้ความเห็นอกเห็นใจของมนุษย์มีขีดจำกัด

Lack of Humanity ที่โหดร้ายแต่จริง เหตุผลของความเป็น “สลิ่ม” และ “Ignorant” ที่ไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและความไม่เป็นธรรมทั้งปวง

มนุษย์มีแนวโน้มเชื่อใน “กรรม” และมีสัญชาติญาณเพื่อความอยู่รอดที่ทำให้ตนรู้สึกปลอดภัย
ด้วยการเชื่อว่าโลกนี้มีความยุติธรรมของมันอยู่ และผู้คนที่เคราะห์ร้าย ถูกกดขี่ ถูกทำร้ายในสังคม เป็นเพราะพวกเขา “สมควร” ได้รับสิ่งเหล่านั้นแล้วด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง เพราะจักรวาลจะตอบแทนมนุษย์ในสิ่งที่มนุษย์คู่ควรได้รับ ไม่ว่าจะเป็น “รางวัล” หรือ “เคราะห์ร้าย”

“Body Shaming” ฆ่าคนได้…

การ “วิจารณ์” ไม่ใช่การ “ติเพื่อก่อ” เสมอไป โดยเฉพาะเมื่อเป็นการวิจารณ์รูปร่างและรูปลักษณ์ ที่ทำให้ผู้ถูกวิจารณ์มีทัศนคติลบต่อภาพลักษณ์ของตัวเอง และทุกๆ 62 นาทีมีผู้เสียชีวิตจากภาวะการกินที่ผิดปกติ(Eating Disorder) ซึ่งเป็นความป่วยที่ล้วนเกิดจากการ “ไม่ชอบตัวเอง”

คนไทยไม่ได้บ้าเลือด ความต้องการโทษประหาร สะท้อนอะไรในสังคมไทย

อยู่ดีๆ คงไม่มีใครอยากเห็นคนอื่นถูกฆ่าตายหรอกจริงมั้ย? แต่การเรียกร้องให้มีโทษประหารชีวิตในตอนนี้ มันกำลังสะท้อนภาพ “ความหวาดกลัว” ที่ประชาชนมีต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวัน

เป็นคนดีได้ไหม ถ้าไม่มีศาสนา เมื่อฉันคุยเรื่องการใช้ชีวิต กับคนไม่นับถือศาสนา

เราอยู่ในประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ คุ้นชินกับวัด พิธีกรรม รวมทั้งวันหยุดทางศาสนา แต่การไม่นับถือศาสนาก็ไม่ใช่ประเด็นใหม่ หลายคนยกขึ้นมาพูดคุยกันบ่อย ๆ

สลิ่ม 101 ทำไมชนชั้นกลางถึงเป็น “สลิ่ม”

หลายคนคงเคยสงสัย ฉงนใจปนเวทนาอยู่นิดๆ ว่าทำไม? มนุษย์ “สลิ่ม” ที่เราพบเจอกันอยู่ทุกวันนี้ หากไม่ใช่เหล่าชนชั้นสูงที่ได้รับประโยชน์จากการพึ่งพาอภิสิทธิ์ของเหล่าขั้วอำนาจต่างๆ อยู่แล้ว แต่เป็นชนชั้นกลางไปจนถึงล่างที่อยู่ไกลจากผลประโยชน์เหล่านั้น ถึงได้ยึดมั่นในจุดยืนที่จะปฏิเสธ “ความเท่าเทียม” อย่างสุดจิตสุดใจ

How to เถียงอย่างไรให้มีสติ เมื่อฉันเข้าไปส่องดราม่าของติ่งไอดอลไทย เกาหลี ญี่ปุ่น

คนไทยดราม่าได้ทุกเรื่อง ทั้งความสามารถ เสียงร้อง ท่าเต้น ยันเสื้อผ้าหน้าผม พูดง่าย ๆ คือไม่ว่าจะทำอะไรก็เกิดประเด็นได้ทั้งนั้น ที่สำคัญกลุ่มแฟนคลับที่ออกปกป้องสุดตัวและหัวใจ หลาย ๆ ครั้งพวกเขาก็ร่วมก่อเหตุดราม่าไปด้วย ไป ๆมา ๆ สุดท้ายเถียงไปด้วยประเด็นอะไรไม่มีใครสนใจแล้ว กลายเป็นสาดคำด่าใส่กันซะงั้น ซึ่งไม่เป็นผลดีกับใครเลย

ประสบการณ์สุดเหวอที่อัมสเตอร์ดัม เมื่อชาวดัตช์พูดตรงจนได้ดี

การพูดตรงของพวกเขาเหมือนเป็นนิสัยร่วมของคนในชาติ เหมือนคนไทยที่ยิ้มเก่งและมีน้ำใจ แต่คนดัตช์ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าให้พูดความต้องการของตัวเอง