“Unorthodox”(2020) ฉายภาพ “ปิตาธิปไตย” บริสุทธิ์ 100% ที่ให้ค่าชีวิตผู้หญิงแค่เครื่องผลิตลูก และอุปกรณ์สำเร็จความใคร่ให้ผู้ชายอย่างชอบธรรมในกรอบของ “ศาสนา”

ถ้าดู “Bridgerton” แล้วโมโหถึงความเป็น “ปิตาธิปไตย” เคลือบน้ำตาลสีหวานในซีรีส์เรื่องนั้นแล้ว บอกเลยว่า “Unorthodox”(2020) จะทำให้คุณสบถออกมาได้ไม่ยาก

“ผู้ชาย” ที่ “เหยียดเพศ”และ “ข่มผู้หญิง” เป็นเพราะรู้สึกต่ำต้อย และมีแนวโน้มประสบปัญหาทางจิต

นักวิจัยนามว่า Y. Joel Wong จากมหาวิทยาลัย Indiana กล่าวว่าผู้ชายที่มีความยึดถือกับ “บรรทัดฐานความเป็นชาย”(Masculinity) โดยเฉพาะพฤติกรรม “เหยียดเพศ” และ “ข่มผู้หญิง” มักมีปัญหาทางจิต

Keira Knightly ประกาศว่าจะไม่รับบทที่มี Sex Scene ในรูปแบบที่ผู้ชายกำกับอีกต่อไป แต่ถ้าผู้กำกับเป็นผู้หญิงจะคิดดูก่อน

Keira Knightly นักแสดงสาวชาวอังกฤษวัย 35 ปี ออกมาประกาศว่าจะไม่รับแสดงบท Sex Scene อีกต่อไป เพราะเธอไม่ต้องการจะแสดงฉาก Sex ในรูปแบบที่มีความเป็น “Male Gaze” เพื่อเป็นการดึงดูดผู้ชาย สนองความต้องการของผู้ชายอีกต่อไป แต่ถ้าเป็นผลงานที่มีผู้กำกับเป็นผู้หญิงก็อาจพิจารณาเพิ่มเติม

Toxic Relationship คืออะไร? ความสัมพันธ์ที่มีเป็น “พิษ” กับชีวิตจิตใจอยู่หรือเปล่า?

Toxic Relationship สัมพันธ์กับการ “ไม่เคารพคุณค่าในตัวเอง” และผู้คนที่รู้สึกว่าตัวเองด้อยคุณค่า จนเชื่อมั่นว่าตนไม่มีสิทธิ์ “เลือก” สิ่งที่ดีกว่าให้ชีวิต จึงต้องยอมติดอยู่ในความสัมพันธ์อันเป็นพิษเหล่านั้น ซึ่งหนึ่งในรูปแบบความสัมพันธ์นั้น อาจรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “ประชาชนใจทาส” กับ “รัฐบาลเผด็จการแย่ ๆ” ด้วยก็ได้

“พ่อบ้านใจกล้า” ไม่โรแมนติก … หยุด Romanticize “อำนาจที่ไม่สมดุล”(Power Imbalance) ในความสัมพันธ์ เพราะอำนาจนิยมอยู่ที่ใด ที่นั่นย่อมมีผู้ถูกกดขี่

ปรากฏการณ์ “พ่อบ้านใจกล้า”
ทำให้มีคำถามมากมายผุดตามขึ้นมา เกี่ยวกับการ romanticize ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ(Toxic Relationship) ของคนไทย
ยังทำให้เห็นว่าคนไทยอยู่กับ “อำนาจนิยม” อย่างชาชินเกินไป จนไม่เคยตระหนักถึง “อำนาจที่ไม่สมดุล” ในความสัมพันธ์

สาธารณรัฐโดมินิกันออกกฎหมายห้ามแต่งงานกับเด็ก หลังจากเด็กสาวอายุต่ำกว่า 18 ทั่วประเทศถูกพ่อแม่ผลักให้ออกเรือนเพราะขัดสนจนเป็นเรื่องปกติ

ระธานาธิบดี Luis Abinader แห่งสาธารณรัฐโดมินิกันลงนามผ่านร่างกฎหมายห้ามแต่งงานกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
หลังจากที่สาธารณรัฐโดมินิกันประสบปัญหาเกี่ยวกับการที่ผู้หญิงในประเทศแต่งงานตั้งแต่ยังเด็ก จนทำให้พลาดโอกาสทางการศึกษา ถูกทำประหนึ่งผู้หญิงเกิดมาแค่ได้แต่งงาน แถมยังเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายที่เปิดโอกาสให้พ่อแม่ขายลูกกิน หรือบังคับให้ลูกแต่งงานเพราะปัญหาทางการเงินในครอบครัว

สังคมดัดจริต ทำให้มาตรฐานของ “ผู้หญิงไทย” บิดเบี้ยว(ตอนที่ 2)

ทั้งคนรุ่นก่อน รุ่นพ่อรุ่นแม่ รวมทั้งสื่อบันเทิง ละครไทย ปลูกฝังหญิงไทยให้ดูถูกคุณค่าของตัวเองจนเป็นเรื่องปกติมาตลอดหลายยุคสมัย
ด้วยมายาคติที่ว่า “ผู้หญิงต้องแต่งงานถึงจะมีศักดิ์ศรี” อย่างน้อยชีวิตหนึ่งของลูกผู้หญิงต้องมีสามี มีลูก เพราะผู้หญิงที่อยู่ตัวคนเดียวนั้นน่าอดสู ห่อเหี่ยว ดูอับโชค
และคำสาปเหล่านี้จะหมดกำลังลงได้ ต่อเมื่อผู้หญิงกล้าที่จะตั้งคำถามถึงมายาคติเหล่านั้น และเคารพในคุณค่าที่ตัวเองมี

คุยเรื่องสังคมอุดมการเหยียดรูปลักษณ์ และ Beauty Privilege กับคุณอัญชลี อิสมันยี(ตอนที่ 1)

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในความเจ็บปวดยอดนิยมของผู้หญิงไทย คือการต้องอยู่กับ “Body Shaming” มาทั้งชีวิต…
หนึ่งในผู้หญิงที่เคย “เจ็บ” กับชะตากรรมเหล่านั้น
คือ “คุณอัญชลี อิสมันยี” หรือ คุณน้ำ
สาวนักดนตรีมีอุดมการณ์ แห่งวง “คีตาญชลี”
ซึ่งวันนี้ WE Think ได้มีโอกาสนั่งคุยกับเธอในเรื่องเหล่านี้กัน

ความรุนแรงในครอบครัว ไม่ใช่ “เรื่องส่วนตัว”

ไม่ว่าเหล่า “เหยื่อ” ความรุนแรงในครอบครัว จะสามารถตระหนักถึง “อำนาจนิยม” ที่ทำให้พวกเขาติดอยู่ในบ่วงความรุนแรงเหล่านั้นหรือไม่
สังคมควรเข้าใจว่า การไปนั่ง educate สร้างความเข้าใจเรื่องพลวัตอำนาจในความสัมพันธ์(Power Dynamic) การสอนว่าพวกเขาควรรักตัวเองได้แล้ว หรือการด่าเพื่อนให้ได้สติไม่กลับไปหาผู้ชายแย่ๆ ที่ทุบตีเธอบ่อยๆ อาจช่วยพวกเขาได้ไม่ทัน
ฉะนั้นการยอมเป็น “หมา” เพื่อลดความเสี่ยงที่ความรุนแรงจะยิ่งทวีมากขึ้นทุกวัน อาจจะคุ้มกว่าหรือเปล่า ?