10 กฎหมายคุ้มครองสัตว์เจ๋งๆ จาก 7 ประเทศในฝันของคนรักสัตว์

10 กฎหมายคุ้มครองสัตว์เจ๋งๆ จาก 7 ประเทศในฝันของคนรักสัตว์


หลายบ้านนั้นรักและดูแล “สัตว์เลี้ยง” ประหนึ่ง “สมาชิกในครอบครัว” และสามารถให้คุณค่าและศักดิ์ศรีมันแบบนั้นได้แค่ในบ้าน เพราะเมื่อสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ หลุดออกจากบ้านไป เผชิญกับสังคมที่ให้คุณค่ามันไม่เท่ากับในบ้าน ก็อาจพบอันตรายได้ถึงชีวิต เหมือนอย่างเคสแมวพันธุ์อเมริกันชอตแฮร์ที่หลุดหลงออกจากบ้านและโดนเพื่อนบ้านที่กลัวแมวเรียกหน่วยกู้ภัยท้องถิ่นมาจับไปปล่อยป่าจนตาย ซึ่งคนที่โทรเรียกหน่วยกู้ภัยมาจับไปรวมถึงหน่วยฯเองก็ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะตน “ไม่ได้รักสัตว์” …

เป็นความขมขื่นใจของบรรดาคนรักสัตว์และเลี้ยงสัตว์ ที่ “กฎหมาย” บางประเทศนั้นก็ให้คุณค่าชีวิตสัตว์ไม่ต่างกับคนเท่าไหร่นักหรอก และความจริงคือประเทศใดที่ “คน” ยังมีค่าเพียง “ฝุ่นผง” ก็ไม่แปลกที่จะปฏิบัติต่อสัตว์และให้คุณค่ามันประหนึ่งขยะชิ้นหนึ่งได้ด้วยเหมือนกัน

ในขณะประเทศที่ยอมให้ “ประชากร” มีศักดิ์ศรีและสิทธิในความเป็นมนุษย์อย่างที่พึงมี ก็ย่อมให้คุณภาพชีวิตแบบนั้นแก่ “สัตว์” ด้วย เพราะความมี “มนุษยธรรม” นั้นครอบคลุมไปถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในโลกไม่เพียงแต่มนุษย์ด้วยกันเท่านั้น อย่างในหลายๆ ประเทศทั่วโลกเหล่านี้ที่มีสวัสดิการสำหรับสัตว์และกฎหมายคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ที่เข้มงวด ซึ่งบางประเทศก็ให้คุณค่ามันประหนึ่งเป็น “คน” ที่ควรได้รับการคุ้มครองเลยด้วยซ้ำ

1. สหราชอาณาจักร

พวกที่เลี้ยงสัตว์ทิ้งๆ ขว้างๆ ให้อาหารบ้างไม่ให้บ้าง ปล่อยทิ้งให้เดินไปตามถนนจนมีคนมาเอาไปเลี้ยงให้ได้ดีแล้วจึงมาตามคืน บอกเลยว่าเจอกฎหมายนี้เข้าไปมีหนาว เพราะถ้าคุณอยู่ที่อังกฤษ เขามีกฎหมายเข้มงวดสำหรับปกป้องคุ้มครองสัตว์เลี้ยง คือนอกจากเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีจะไม่สามารถซื้อสัตว์เลี้ยงได้ ถ้าเจ้าของเลี้ยงสัตว์ทิ้งขว้าง เพิกเฉย ไม่ดูแล ไปจนถึงทำร้าย ทารุณกรรมสัตว์ บอกเลยว่านอกจากจะโดนห้ามเลี้ยงสัตว์ไปอีกตลอดชีวิต ยังมีโทษจำคุกสูงสุด 51 สัปดาห์และค่าปรับสูงถึง 20,000 ปอนด์ด้วย

2. ฮ่องกง

ประเทศฮ่องกง มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ ที่ครอบคลุมทั้งสัตว์เลี้ยง สัตว์ที่เลี้ยงไว้เป็นอาหาร ไปจนถึงสัตว์ทดลอง และการละเมิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์เหล่านี้ อาทิการเลี้ยงแบบปล่อยปละละเลย มีการใช้ความรุนแรง ทารุณกรรมสัตว์ ไปจนถึงขนย้ายสัตว์แบบไม่เหมาะสม ผู้กระทำมีโทษจำคุกถึง 3 ปี พร้อมโทษปรับ 200,000 ดอลลาร์ฮ่องกง

3. โปแลนด์

ที่ประเทศโปแลนด์ ทาสหมาทาสแมวไม่ต้องประสบกับการใจสลายเพราะสัตว์เลี้ยงที่หลุดไปถูกหน่วยงานได้จับไปทิ้งให้ตายในป่าอย่างแน่นอน เพราะที่นี่เขามีกฎชัดเจนว่าหากใครพบสัตว์เลี้ยงเช่นสุนัขหรือแมวถูกทอดทิ้งหรือหลงมา ต้องแจ้งให้ศูนย์พักพิงสัตว์ ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทราบ เพื่อที่จะนำน้องไปพักที่ศูนย์พักพิงสัตว์ ไม่ต้องเร่ร่อน อดอยาก และพบอันตรายนอกบ้าน จากนั้นหากบ้านไหนที่ทำน้องหลุดหลงออกมาก็จะมาตามที่ศูนย์พักพิงเอง

4. รัฐเวอร์จิเนีย, สหรัฐอเมริกา

ในหลายๆ รัฐของสหรัฐอเมริกามีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ที่เข้มงวดมาก สุนัขที่นั่นถือเป็นทรัพย์สินตามกฎหมายของเจ้าของ ดังนั้นการขโมยสุนัขที่รัฐเวอร์จิเนีย, สหรัฐอเมริกา ถือเป็นความผิดอาญาระดับ 5 และผู้ขโมยจะต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปีไม่ว่าสุนัขของคุณจะราคาเท่าไหร่ก็ตาม

5. ออสเตรีย

ประเทศออสเตรียมีกฎหมายคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ที่นอกจากจะป้องกันการถูกทารุณกรรมต่างๆ แล้วพวกเขายังคอยสอดส่องดูแลให้แน่ใจว่าสัตว์เลี้ยงมีความเป็นอยู่ที่ดีด้วย เพราะตั้งแต่การตัดหูหรือหางของสุนัขก็เป็นโทษ แม้แต่การล่ามโซ่ไก่ หรือหากสัตว์เลี้ยงจะต้องอยู่เบียดเสียดแออัดในร้านขายสัตว์ ผู้เลี้ยงหรือเจ้าของร้านก็ต้องเสียค่าปรับ 2,420 ดอลลาร์ และในกรณีที่มีการทารุณหรือใช้ความรุนแรงร่วมด้วยอาจทำให้ถูกปรับได้ถึง 18,160 ดอลลาร์ พร้อมทั้งถูกยึดสัตว์เลี้ยง

6. รัฐอลาสก้า, สหรัฐอเมริกา

หมดปัญหาโลกแตกยอดฮิตที่พบเจอได้บ่อยได้กลุ่มทาสหมาทาสแมวในโซเชียลมีเดียบ้านเรา กับการที่คู่รักรับน้องหมาน้องแมวมาเลี้ยงด้วยกัน แต่พอเลิกกัน หรือหย่ากัน ส่วนมากน้องจะตกเป็นสมบัติของคนที่ซื้อมาและต้องไปอยู่กับคนซื้อโดยปริยาย ทั้งๆที่เลี้ยงมาด้วยกัน รักน้องกันทั้งคู่ด้วยซ้ำ

เพราะที่รัฐอลาสก้า, สหรัฐอเมริกา สัตว์เลี้ยงของคู่รักที่แต่งงานกันแล้ว ถือเป็น “ทรัพย์สินร่วม” ที่ศาลจะต้องพิจารณาว่าใครเหมาะสมที่จะรับน้องไปอยู่ด้วยที่สุด ประหนึ่งว่าน้องๆ เป็น “ลูก” ของพวกเขาเลยทีเดียว

7. เมืองตูริน, อิตาลี

สัตว์เลี้ยงบางชนิด โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์นักล่า และแมวที่มีความว่องไว แอคทีฟเหมือนแมวป่า ต้องการช่วงเวลาที่ได้วิ่งเล่นโลดโผน เป็นการปลดปล่อยพลังงานบ้างในแต่ละวัน เพื่อที่จะได้ไม่เก็บกด และกลายเป็นสุนัขที่ดุร้ายมีอารมณ์ก้าวร้าว ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหานักหรอกถ้าคนเลี้ยงมีการศึกษาธรรมชาติของน้องๆ ในแต่ละพันธุ์และจัดสรรเวลาพาน้องออกไปเดินเล่นบ้าง

ที่เมืองตูริน ประเทศอิตาลี จึงมีกฎหมายที่ทำให้แน่ใจได้ว่าผู้คนในเมืองจะไม่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงให้เป็นเพียงแค่ของเล่น หรือไอเท็มไว้โชว์ ด้วยกฎหมายที่ว่าหากผู้เลี้ยงพาสุนัขออกมาเดินเล่นน้อยกว่า 3 ครั้งต่อวัน อาจถูกปรับเป็นเงิน 500 ยูโร (650 ดอลลาร์) อีกทั้งยังออกกฎหมายห้ามตัดขนหรือย้อมสีขนสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

8. รัฐโอคลาโฮมา, สหรัฐอเมริกา

พวกคนเลี้ยงหมาแมวที่ปล่อยปละละเลยจนสัตว์เลี้ยงของตัวเองไปกัดหรือทำร้ายให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ เสร็จแล้วก็มาแก้ตัวแค่ว่า “หมาฉันเป็นเด็กดี” ไปจนถึงพวกที่แค่โดนหมาข่วนแมวขู่แล้วไล่ตีมันจนตาย จะต้องหนาวกับกฎหมายที่ส่งเสริมให้ทั้งสัตว์และคนได้รับความเป็นธรรมนี้

เพราะที่รัฐโอคลาโฮมา, สหรัฐอเมริกามีกฎหมายว่าผู้เลี้ยงสัตว์จะต้องรับผิดชอบหากสัตว์เลี้ยงของตนไปทำร้ายร่างกายใครให้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ถูกกระทำจะสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหาได้ภายในระยะเวลา 2 ปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเป็นในกรณีที่ผู้ถูกกระทำไม่ได้ยั่วโมโหสัตว์ก่อนด้วยนะ

9. สวิตเซอร์แลนด์

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เรียกได้ว่าเป็นประเทศแรกๆ ในยุโรปที่มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์เข้มงวดมาก และเข้มที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่เขาออกกฎห้ามเจ้าของตัดหางสุนัข ห้ามแยกลูกสุนัขออกจากแม่ก่อน 8 สัปดาห์ ฯลฯ

10. รัฐแคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา

ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา ออกกฎหมายห้ามขายสัตว์เลี้ยงปลีกทั่วรัฐ ทำให้พวกร้านขายสัตว์เลี้ยงจะต้องขายสุนัข แมว หรือกระต่ายที่มาจากศูนย์พักพิงและกลุ่มช่วยเหลือสัตว์เท่านั้น

ถ้าการเมืองดี… ไม่เพียงแค่คุณจะได้มีสิทธิในความเป็น “คน” มากขึ้น แต่สัตว์เลี้ยงของคุณก็จะได้เป็น “สมาชิกครอบครัว” ที่มีสิทธิ มีคุณค่า มีความรู้สึกและได้รับการคุ้มครองจากสังคมอย่างที่คุณให้เขาเหมือนกัน


อ้างอิงข้อมูล

1-www.boredpanda.com

2-www.scoopwhoop.com

3-www.onegreenplanet.org

4-aldf.org

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *