The Most…Of The Year ที่สุดแห่งปี 2020 by WE Think

The Most…Of The Year ที่สุดแห่งปี 2020 by WE Think


WE Think  ขออาสาพาทุกคนมาระลึกถึงเหล่า “…ที่สุดแห่งปี 2020” ด้วยกันเพื่อเตรียมบอกลาปี 2020 อันเป็นที่รักนี้
ด้วย “10 อันดับ ที่สุดแห่งปี” สิ่ง/บุคคลที่เราไม่ควรลืม และจะไม่มีวันลืม สำหรับบทบาทที่น่าจดจำ และคุณประโยชน์ที่เขาทำไว้ให้คนไทยทุกคนในปีนี้… จะมีขวัญใจใครบ้าง ไปดูกัน

1.

ฌอน บูรณะหิรัญ : ผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี

ฌอน บูรณะหิรัญ เป็นที่รู้จักในฐานะนักสร้างแรงบันดาลใจ และ “ไลฟ์โค้ช” ที่มียอดผู้ติดตามในแฟนเพจถึง 3 ล้านคน เดิมทีฌอนโตมาที่แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา และกลับมาอยู่ไทยเพื่อหวังสร้างตัวและประสบความสำเร็จในอะไรสักอย่าง แต่งานเพลง งานวงการบันเทิงก็ไม่ปัง ทำเพจ “ฌอนสอนชายให้เป็นแมน” ก็ยังไม่ปัง เลยหันมาเป็นนักสอนให้คนประสบความสำเร็จ เอาโควท คำคม คำสอนของคนอื่นมาพูดแล้วอัดคลิปลงด้วยเสียงนุ่มๆ  แล้วสุดท้ายทางนี้ก็คือทางที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นจริงๆ แถมยังได้ทำหนังสือขาย 2 เล่ม ชื่อว่า “51 ศาสตราวุธ สู่จุดสูงสุดของชีวิต” และ “อิทธิพล” เป็นเล่มล่าสุด

กำลังรุ่งอยู่ไม่ทันไร ได้ออกรายการวูดดี้ ได้สัมภาษณ์คนดังในสังคมอยู่ไม่ทันไร เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ฌอนซึ่งได้ไปพบกับ “ประวิตร วงศ์สุวรรณ” ในงานปลูกป่าที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งที่ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย แต่เขาก็อัดคลิปวิดิโอลงเล่าถึงความประทับใจอย่างออกรส ว่า

“เมื่อกี้ได้เจอท่านประวิตร มันไม่เหมือนที่เราเห็นในรูปภาพที่อยู่ในมีม ที่เขาหลับและภาพจะออกมาแบบดูร้ายหน่อย แต่พอได้เห็นตัวจริง เหมือนเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก ทำให้ผมนึกออกว่าสิ่งที่เราเห็นในสื่อ เขาก็มีเจตนาที่จะทำให้เราคิดอะไรบางอย่าง อย่าเพิ่งตัดสินใครจนกว่าเราได้เจอตัวเขาจริงๆ ได้คุยกับเขาและสัมผัสกับเขา

น้องๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ก็อยากให้รู้ว่าข่าวมีเจตนาของเขานะ เราอย่าเพิ่งเชื่อ 100% ในสิ่งที่เราดู สิ่งที่เราเห็น”

ฌอน บูรณะหิรัญ

…เท่านั้นแหละ ทั้งประเทศก็เลยได้รู้จักเขากันมากขึ้น แถมยังมีท็อปแฮชแท็กในทวิตเตอร์เป็นของตัวเอง #RIPฌอน ที่ทรงพลังยิ่งกว่าแค่การโดนทัวร์ลงในแฟนเพจ แต่ยังทำให้จำนวน follower ของเขาลดฮวบๆ ลงได้ภายในคืนเดียว มิหนำซ้ำยังโดนสาวไส้ไปถึงเรื่องการเปิดรับบริจาคเงินช่วยไฟป่าที่เชียงใหม่ ซึ่งเขารับบริจาคด้วยบัญชีส่วนตัวของตัวเอง ทำให้ดุนขุด ไล่บี้ให้แจงรายละเอียดให้ได้ว่าเงินที่ชาวบ้านให้ไปไปลงที่ไหนหมด สุดท้ายก็ได้กลิ่นมีคนได้เงินไปเปย์ตัวเองหลายล้านสบายๆ แถมรุ่งคนเดียวไม่ได้ พาเอาวงการ “ไลฟ์โค้ช” ไทยสั่นสะเทือน จนหลายคนถูกสาวไส้มาแหกตามๆ กัน

2.

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ : พ่อพระแห่งปี

ใครๆ ก็รู้จักเขาในฐานะ  “พ่อพระใจบุญ” อยู่แล้วเป็นทุนเดิม ด้วยการเป็นฮีโร่กู้ภัย ที่เข้าไปช่วยเหลือคนในซอกหลืบสังคมที่ถูกละเลย ทั้งคนแก่ ป่วย พิการ ที่ต้องดูแลกันเองในบ้านโกโรโกโสด้วยเงินสวัสดิการเดือนละไม่กี่ร้อย ด้วยการเปิดรับบริจาคจากคนทางบ้าน ไม่ว่าจะน้ำท่วม พายุเข้า พี่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์เข้าถึงคนเดือดร้อนก่อนรัฐบาลซะอีก อย่างเหตุน้ำท่วมใหญ่ปีก่อน ก็เปิดรับเงินบริจาคได้ตั้ง 400 กว่าล้าน จนใครๆ ก็หวังพึ่งบุญจากพี่เขามากกว่ารัฐบาล

แต่ในขณะเดียวกันปีนี้พี่เขาก็มีอีกบทบาทที่ทำให้สังคมกระหายคนดีย์ต้องหลงรักเขามากขึ้นอีก ด้วยการออกโรงปกป้องสถาบันกษัตริย์ อันเป็นกล่องดวงใจคนไทยทั้งชาติ พลางออกปากท้าม็อบเยาวชนที่ออกมาเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ใต้กฎหมาย เพื่อความเป็นธรรมกับประชาชน หรือใครก็ตามที่กล้ากระด้างกระเดื่องต่ออำนาจเบื้องสูงว่า
“ถ้าเห็นต่อหน้า ผมตบ”

เป็นการสร้างแรงกระเพื่อมแห่งการตั้งคำถามว่า ในขณะที่พี่บิณฑ์ได้ออกไปพบเจอปัญหาจากความเหลื่อมล้ำนานาในสังคม แต่ทำไมเขาถึงมองไม่เห็นว่าสังคมนี้มีปัญหาจากความเหลื่อมล้ำระหว่างอำนาจที่มากเกินไปของคนเบื้องบน และประชาชนที่ต้องอยู่อย่างไม่มีปากเสียง

จากนั้นสังคมเลยเริ่มสนใจพี่เขามากขึ้นอีก เริ่มที่การถามหาเรื่องเงินบริจาค 400 กว่าล้านช่วงน้ำท่วมนั่นเลย ว่าจะมีกลิ่นคล้ายๆ เคสฌอน บูรณะหิรัญหรือเปล่า แต่สุดท้ายแล้วพี่บิณฑ์เขาก็ “ถูกหวย” โชว์ซะเลยตั้งร้อยกว่าใบ ตามประสาพ่อพระใจบุญ มีบุญล้นๆ ปกติที่จะถูกหวยเพราะสวรรค์เห็นความดี เป็นการแสดงที่มาความรวยซะก่อน เผื่อการตรวจสอบจริงๆ จะมาถึง

3.

อนุทิน ชาญวีรกูล : กล้ามาก เก่งมากแห่งปี

เก๋าที่สุดในโลกยุคโควิดต้องรัฐมนตรีสาธารณสุขบ้านเรานี่แหละ
แม้อนุทินจะมาจากสายวิศวะฯ แต่ไหนๆ มาเป็นรมต.สาธารณสุขแล้ว ก็เรียกเขาว่า “หมอหนู” ได้นะ ไม่ติด

ตั้งแต่ต้นปี 2020 มาทั่วโลกพบกับวิกฤติโรคระบาดครั้งใหญ่ ผู้คนล้มตายเรือนล้าน แต่ในขณะที่ประเทศอื่นพากันปิดประเทศ ไม่รับนักท่องเที่ยว รวมทั้งทัวร์จีนจากต้นกำเนิดโควิด-19 แต่ตรุษจีนปีนี้ไทยเรายังเอาสิงโตไปเดรับเขาเข้ามาอยู่เลย เพราะเราไม่จำเป็นต้องกลัว หมอหนูเขาบอกว่า

“โคโรน่าไวรัส ก็แค่ไข้หวัดธรรมดา”

– อนุทิน ชาญวีรกูล

จนสุดท้ายก็เอาไม่อยู่ ไทยเจอโควิด-19 ระบาดอยู่หลายเดือน จนต้องล็อคดาวน์ประเทศ พาคนไทยปลงตก เพราะไม่รู้จะตายเพราะโรคหรืออดตายก่อนกัน เพราะองค์กรต่างๆ ก็พากันเทพนักงาน มีข่าวคนฆ่าตัวตายยกครัวเพราะหมดหนทางชีวิตรายวัน

พอผ่านมาถึงช่วงสิ้นปี ที่คลายล็อคดาวน์จนเริ่มลืมตาอ้าปากกันได้ไม่กี่เดือน หมอหนูก็ประกาศกร้าวความเก๋าอีกครั้งด้วยประโยคที่ว่า “โควิดกระจอก” ก่อนที่ไทยเราจะได้เจอกับการระบาดระลอกใหม่ที่ไม่ใช่ระลอกสองอีกครั้ง

4.

เสี่ยโป้ : คนดีศรีสยามแห่งปี

ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นใคร จะผ่านอะไรมา… ถ้าเธอรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เธอเป็นคนดีแน่นอน
ตรรกะนี้มีที่ไทยแลนด์เท่านั้น เห็นกันได้ชัดเจนกับกรณี “เสียโป้ อานนท์” ยืดอกรับมานานว่าทำธุรกิจเทาๆ ผมไม่ใช่คนดีเด่อะไร  แต่ #เลวแค่ไหนก็ไม่คิดจะเผาบ้านเผาเมือง ไม่เนรคุณแผ่นดิน รักสถาบันยิ่งชีพ

เท่านั้นแหละ คนไทยใจสวมเสื้อเหลืองก็พร้อมกราบไหว้ ชื่นชมสุดใจ จะมีข่าวว่ายิงคู่อริที่ไหนก็ช่างมันไปก่อน อย่างน้อยก็ไม่ล้มเจ้าละกัน

5.

จันจิรา จูแจ้ง : ผู้สนับสนุนสิทธิผู้พิการดีเด่นแห่งปี

ถ้าไม่ได้เธอคนนี้ ด้วยซีนที่เธอกล่าวถึงส.ส.สหรัฐอเมริกา “Tammy Duckworth” ที่เป็นผู้พิการว่า “พิการซ้ำซ้อน” …สปอตไลท์คงไม่ฉายมาที่ “ผู้พิการ” ไทย ที่ถูกละเลยจากรัฐบาลและสังคม ได้เงินสวัสดิการช่วยเหลือเดือนละไม่กี่ร้อยบาท มีจำนวนมากที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีอาชีพ และเหมือนถูกขังอยู่ในบ้าน เพราะถ้าไม่มีรถ ก็ไม่สามารถเคลื่อนที่เดินทางไปไหนได้ด้วยระบบการขนส่งสาธารณะที่ไม่เอื้ออำนวย ไม่ครอบคลุม พร้อมกับฟุตบาทพังๆ เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง ที่ทำให้พวกเขาเหมือนอยู่บนกระดานเกมเสี่ยงตาย จนมีวาระชุมนุมที่ว่าด้วยหัวข้อเกี่ยวกับสิทธิผู้พิการโดยเฉพาะในชุมนุมคณะราษฎร 2563 ในหลายวันถัดมา

6.

โอ อนุชิต สพันธุ์พงษ์ : ผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนดีเด่นแห่งปี

นับเป็นจังหวะออกตัวแสดงจุดยืนที่ทำให้ “โอ-อนุชิต สพันธุ์พงศ์” ถูกกล่าวถึงในทวิตเตอร์อีกครั้ง หลังจากละครเรื่อง “กาหลมหรทึก” จบไปหลายปีก่อน ด้วยการที่เขาออกมาโพสต์สนับสนุนการใช้กฎหมายมาตรา 112 ที่สามารถเอาผิดประชาชนที่พูดถึงสถาบันกษัตริย์ให้ติดคุกได้โดยไม่ผ่านการไตร่ตรองหรือไถ่ถามให้เกิดความเป็นธรรม

สิ่งที่เขาทำ ถือว่าได้สร้างแรงกระเพื่อมแห่งการตระหนักรู้ ว่ากฎหมายนี้ลิดรอนสิทธิเสรีภาพมนุษยชนอย่างไร มีความเลวร้ายอย่างไร และมีใครเคยต้องสูญเสียอะไรต่อมิอะไรแม้กระทั่งชีวิตจากกฎหมายข้อนี้มาบ้าง ในแฮชแท็กที่พูดถึงเขานั่นเอง เรียกได้ว่าคนที่อาจไม่เคยสนใจและไม่เคยตระหนักมาก่อนก็ได้รับรู้อะไรมากขึ้นจากกระแสครั้งนี้ จะถือว่าเขามีส่วนสนับสนุนสิทธิมนุษยชน แบบอ้อมมมมมมๆๆๆๆๆ ก็ไม่ผิดนัก ?

7.

ธรรมนัส  พรหมเผ่า : ผู้ประกอบอาชีพสุจริตแห่งปี

หลังจากชี้ช่องรวยด้วยธุรกิจค้าแป้งไปแล้วเมื่อปีก่อน ปีนี้ท่านธรรมนัสก็มาแนะแนวอาชีพเปิดแผงขายล็อตเตอรี่ในสภาอีก ว่าเปิดได้สัก 10 แผงก็ 3 ล้านอยู่ ทั้งยังแนะแนวทางให้ประชาชนและเพื่อนๆ ในสภาได้ตระหนักถึงการไม่ควรมีรายได้ช่องทางเดียวด้วย เพราะท่านบอกว่าลำพังเงินเดือนส.ส. แสนกว่าๆ มันจะไปพอยาไส้อะไร ฉะนั้นการมีรายได้เสริมหลายช่องทางเป็นอะไรที่สำคัญมาก

“การทำอาชีพนี้ผมถือว่าเป็นอาชีพสุจริต แม้เราจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหรือ ส.ส.ก็ตาม การเป็นรัฐมนตรีถือว่าสาหัสพออยู่แล้ว แต่สถานะการเป็นส.สโดยเฉพาะผู้แทนตลาดล่าง เงินเดือนแต่ละเดือนจากการได้รับจากรัฐบาลประมาณ 120,000 บาท
ถามว่างานแต่ละงานในฐานะการเป็นส.ส. มันเลี้ยงพวกเราได้หรือไม่
ใครไม่เป็นผู้แทนจากเขตไม่รู้หรอก

อย่างส.ส.บ้านผมดูแลพื้นที่จ.พะเยามีกี่อำเภอ อบต.หมู่บ้าน ออกจากบ้านก็เสียเงินแล้ว สิ้นเดือนยิ่งกว่าสิ้นใจเงินไม่พอ ผมเชื่อว่าส.ส.ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาลต่างก็ตระหนักดีว่าเราต้องทำมาหากินเหมือนกัน ไม่ใช่นั้นอยู่ไม่ได้“

– ร.อ.ธรรมนัส

ที่มาข้อมูล : https://www.posttoday.com/politic/news/616027

8.

“กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ” : โควทเด็ดแห่งปี

เพราะเป็น “ดวงใจ” ของไทยทั้งชาติ ไม่ว่าพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวจะทรงตรัสสิ่งใด ก็กลายเป็น “ไวรัล” ได้ในทันที แถมข้อความประโยคนี้ยังเต็มไปด้วย “พลังใจ” เพราะทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนได้รับกำลังใจ ในการต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรมต่อไปอีกด้วย

9.

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม :  รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ดีเด่นแห่งปี

ถ้าพูดถึงคนที่ออกตัวรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ได้ปังที่สุดแห่งปี ต้องเป็นคนนี้แล้ว
“หมอวรงค์” แกนนำกลุ่มไทยภักดี ตั้งแต่จัดหาไอคอนของเยาวชนรักชาติอย่าง “คชโยธี เฉียบแหลม” มาได้เข้าขากันจนน่าชม ทั้งยังออกตัวสนับสนุน ม.112 สุดตัวมาตลอด ด้วยใจที่รักสถาบันฯ มากกว่าแคร์เรื่อง “มนุษยธรรม” ซะอีก

และเรื่องราวความจงรักภักดีแบบนี้ไม่ได้เป็นที่ชื่นชมแค่สำหรับคนไทย แต่หมอวรงค์ยังให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติหลายสำนักถึงการยืนยันปกป้องสถาบันฯ ทั้งยังโชว์วิสัยทัศน์เด็ดๆ เกี่ยวกับการศึกษาไทยว่า

“โรงเรียนคือโรงงานผลิตประชากร ผลิตทรัพยากรมนุษย์ออกมา เราต้องการคนเก่ง เราต้องการเด็กดี เราต้องการคนที่รู้จักระเบียบวินัย”

– นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม

และแน่นอนว่า “ระเบียบวินัย” ในความหมายของหมอวรงค์ในที่นี้ก็สอดคล้องกับความคิดที่เขาเขียนออกมา “ขอบคุณโควิด” ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า

“โควิดทำให้รับรู้ว่า เสรีภาพที่มีระเบียบวินัย บนพื้นฐานค่านิยมแบบไทยๆ มีคุณค่าต่อสังคมไทย มากกว่าเสรีภาพที่ไร้ขอบเขตแบบตะวันตก”

– นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม

10.

ธนบัตร 100 บาทใหม่ : ดีไซน์ยอดเยี่ยมแห่งปี

อย่าไปสนใจฟังก์ชั่น อยากทำอะไรทำเลย… ธนบัตร 100 บาทรุ่นใหม่ และธนบัตรที่ระลึก 1000 บาทไซส์เท่าการ์ดอวยพร เป็นงานดีไซน์ที่เรียกเสียงโห่ฮือฮาจากคนไทยได้ต้อนรับสิ้นปีเลยทีเดียว เพราะปีใหม่ก็ต้องมีอะไรใหม่ๆ สิ ฟังก์ชั่นอะไรเอาไว้ก่อน ถ้ามีสติก็ไม่หยิบผิดหรอกน่า

ด้วยความที่ดีไซน์แบงค์ 100 ใหม่เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเหลืองเหลือบๆ ทำให้ดูคล้ายแบงค์ 1000 บาทเสียจนถ้าไม่มีสติตอนหยิบก็อาจทำให้เกิดการทอนผิดกันได้ ซึ่งในที่สุดสิ่งที่คนวิจารณ์กันก็เป็นจริง เพราะหลังจากที่แบงค์ใหม่ถูกปล่อยออกสู่ตลาด ก็มีข่าวกรณีวิวาทกันระหว่างแม่ค้า พ่อค้า ลูกค้าเรื่องการทอนผิด แล้วเชิดเงินทอนกันเยอะแยะ แถมเป็นลู่ทางให้มิจฉาชีพเพิ่มเลข 0 ลงไปในแบงค์จนคล้ายแบงค์พันเพื่อไปหลอกซื้อของได้อีกด้วย
แต่ก็แล้วไง…สไตล์ต้องมาก่อนรึป่าว? 


 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *