“จักรวาลแห่งความขาดแคลน” จากระบบจิตสำนึกวิบัติ ตัวการดึงดูดความฉิบหายมารวมไว้ที่ประเทศไทย

“จักรวาลแห่งความขาดแคลน” จากระบบจิตสำนึกวิบัติ ตัวการดึงดูดความฉิบหายมารวมไว้ที่ประเทศไทย


ปฐมเหตุแห่งความฉิบหายทั้งหมดทั้งมวลของประเทศไทยปัจจุบันนี้ คือ “จักรวาลแห่งความขาดแคลน” ที่คนไทยบรรจงสร้างกันมาตลอดยุคสมัย ผ่านทีมออกแบบที่ชื่อว่า “เผด็จการ”

ภาพที่คนไทยต้องแย่งกันวิ่งขึ้นรถเมล์ฟรีแย่งชิงของฟรีตามบูธแจกชิงเตียงในโรงพยาบาลชิงสวัสดิการเยียวยาที่รัฐโปรยเศษเงินให้แย่งชิงวัคซีนโควิด-19 ที่ไม่เคยมีเพียงพอหรือกวาดของในตู้ปันสุขโดยไม่คิดเผื่อใคร…

รวมทั้งการเป็นเมืองแห่งคนใจบุญ ที่นิยม“บริจาคทำทาน” เพื่อแก้ปัญหาโดยเป็นสำนึกที่มีรากฐานมาจากการที่ผู้คน“รู้สึกไม่พอ” และเชื่อว่าตนต้องได้รับการเจียดให้จากคนอื่นเสมอจนไม่ค่อยมีใครตระหนักว่าภาษีที่คนไทยเสียไปในแต่ละปีนั้น “เพียงพอ” อยู่แล้ว

คือ “จิตสำนึกแห่งความขาดแคลน” ที่ถูกหล่อเลี้ยงให้เติบโตขึ้นในจิตวิญญาณคนไทย ผ่านการเป่าหูโดยสถาบันอำนาจนิยม ด้วยการสอนให้คนไทยชื่นชมในความ “พอเพียง” ที่ขัดกับความเป็นจริงบังคับให้ “จงพอทั้งที่ไม่พอ” ควบคู่ไปกับการกักไม่ให้ความอุดมสมบูรณ์ทั้งหมดมวลในแผ่นดินนี้รั่วไหลมาหล่อเลี้ยงคนไทยได้

ซึ่งนอกจากทำให้กลุ่มอำนาจเผด็จการในประเทศนี้สามารถสูบภาษีไปเลี้ยงพวกตนได้อย่างหนำใจแล้ว คนไทยที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วย “จิตสำนึกขาดแคลน” ง่วนอยู่แต่กับการดิ้นรนให้พอกินจนไม่เคยว่างมามองเห็นว่าความจริงแล้วประเทศนี้อุดมสมบูรณ์ดีเสมอ

เห็นได้จากการที่ปีก่อนแม้แต่รัฐเองยังกล้าที่จะทำตู้ปันสุขแจกของประชาชน ทั้งที่ความจริงควรเอางบประมาณไปแก้ปัญหาไม่ให้ประชาชนอดอยากขนาดที่ต้องรอทานตั้งแต่แรก

ขอบคุณภาพจาก : www.thailandstack.com

“ความขาดแคลน” ยังรวมไปถึง “ความเคารพคุณค่าของตัวเอง” ด้วย

การถูกสอนให้กราบไหว้ ก้มหัวให้ใครโดยไร้เงื่อนไข และยอมเชื่อว่าตนไม่มีคุณค่าเท่าเทียมกับคนอีกจำพวกหนึ่งเสมอ ไม่ว่าจะเพราะอายุมากกว่า รวยกว่า ตำแหน่งสูงกว่า มีอำนาจมากกว่า ฯลฯ นอกจากจะลดทอนความเคารพคุณค่าในตัวเอง และนำไปสู่ความเชื่อว่ามนุษย์ไม่เท่าเทียมกัน หนึ่งเสียงของแต่ละคนไม่เท่ากันแล้ว

ขอบคุณภาพประกอบจาก : รายการวู้ดดี้เกิดมาคุย

การกดคุณค่าตัวเองให้ต่ำพอที่จะเป็นทาสรองบาทใครได้ ยังนำไปสู่การมีจิตใต้สำนึกที่เชื่อว่าตนเองไม่คู่ควรพอที่จะมีรัฐบาลที่พร้อมทำงานรับใช้ประชาชนอีกด้วย ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่คนไทยจะยอมมี “ผู้นำ” ที่โลภ เห็นแก่ตัว ไร้มนุษยธรรม และไม่เคยเห็นหัวประชาชนมาตลอดยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นคนในสภาหรือคนในวั…ก็ตาม

และหากมีผู้นำที่สามารถหยุดความขาดแคลน และทำให้คนไทยเลิกเป็นทาสได้ก้าวเข้ามา คนไทยก็พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อให้คนเหล่านี้พ้นออกไป เพื่อปกป้องระบอบทาสที่รอขอทานจากรัฐให้ปลอดภัยจากความเปลี่ยนแปลงใดๆ เพราะคนไทยในจักรวาลแห่งความขาดแคลน ยอมรับแต่ผู้นำที่ “ศีลเสมอกัน” กับสภาพสังคมของตนเท่านั้น

ขอบคุณภาพประกอบจาก : www.khaosod.co.th

มาถึงตรงนี้ ใครหลายคนอาจคิดว่า…ช่างเป็นอะไรที่ไม่แฟร์เลย กับคนที่ตื่นรู้จนมองเห็นความจริงของ “ระบบ” ที่สร้างปัญหาให้กับประเทศนี้แล้ว

แต่ในบริบทของกฎธรรมชาติที่ว่าด้วย “กฎแรงดึงดูด” พลังงานทุกรูปแบบล้วนเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นพลังงานจากความคิดให้เจริญขึ้นหรือถดถอยก็ตาม ซึ่งจักรวาลพร้อมตอบสนอง “การสร้าง” ของมนุษย์ทุกคนที่ “ออเดอร์” วัตถุดิบสำหรับสร้างจักรวาลของตนด้วยการ “คิด”

การที่ประเทศนี้มี “ระบบที่สร้างความฉิบหาย” ที่มีเสถียรภาพและยังคงส่งผลอย่างแข็งแกร่งมาจวบจนปัจจุบันนั้น แสดงว่าต้องผ่านการผลิตซ้ำ “ระบบความคิด”ที่ดึงดูดความขาดแคลนเหล่านี้ของคนหลายสิบล้าน ยาวนานมาหลายชั่วอายุคนโดยที่คนเหล่านั้นไม่เคยรู้ตัวเลยว่ากำลังพาประเทศชาติไปสู่หายนะ

ขอบคุณภาพประกอบจาก : thairath.co.th

“กฎแรงดึงดูด”Law of attraction คือ แนวคิดที่เชื่อว่า “ทุกสิ่งถูกสร้างด้วยความคิด” เพราะความคิดเป็น “คลื่นพลังงาน”

ไม่ว่ามนุษย์จะ “คิด” และ “รู้สึก” หมกมุ่นถึงสิ่งใด ในเชิงบวกหรือลบ ย่อมดึงดูดพลังงานแบบเดียวกันเข้ามาอย่างทวีคูณ

ซึ่งแม้คำนี้จะเพิ่งเป็นที่รู้จักจากในหนังสือแนะแนวการประสบความสำเร็จในชีวิตหลายเล่ม แต่ความจริงแล้วแนวคิดนี้แฝงตัวอยู่ในปรัชญาความเชื่อของศาสนาต่างๆ มานาน เพียงเปลี่ยนวิธีสอน เช่นเปรียบได้กับคำสอนให้ “คิดดี ทำดี พูดดี” ของพุทธ หรือ “จงขอ แล้วพระเจ้าจะประทานให้”(มัทธิว7:7-11) และ “อัศจรรย์การทวีขนมปัง”(มัทธิว14:13-21) ของคริสต์ ฯลฯ

ขอบคุณภาพประกอบจาก : thairath.co.th

“กฎแห่งแรงดึงดูด” ย้ำปรัชญาจากศาสนาเก่าแก่ตั้งแต่ก่อนคริสตกาล ของเหล่าแม่มดหมอผี หมอยาพื้นบ้าน ที่เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนล้วนมีขุมพลังศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง(kundalini)อย่างเพียงพอที่จะกำหนดและสร้างสรรค์ชีวิตของตน มาจนถึงศาสนาคริสต์ในปัจจุบันที่เชื่อว่า “พระจิต” หรือจิตวิญญาณของพระผู้ “สร้าง” นั้นสถิตย์อยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน

ฉะนั้นมนุษย์ทุกคนจึงล้วนมีส่วนในการสร้างสรรค์โลกใบนี้ ด้วยการเป็นกลไกต่างๆ ที่ทำงานร่วมกัน ส่งผลกระทบถึงกัน สร้างความสั่นสะเทือนร่วมกันจนสร้างปัจจุบันของโลกนี้ โดยเริ่มต้นที่ “ความคิด”

เพราะฉะนั้นทุกความคิด วิธีคิด และการกระทำของมนุษย์แต่ละคน
ไม่เพียงแต่สร้าง “จักรวาล” ของตนเท่านั้น
แต่ทุกคนยังมีส่วนสร้าง “ภาพใหญ่”
ซึ่งมีผลกระทบต่อส่วนรวมในระยะยาวด้วย

ขอบคุณภาพประกอบจาก : www.tnnthailand.com

ฉะนั้นในที่สุด “ผู้นำกาลกิณี+กลียุค” ในวันนี้ อาจคือผลพวงแห่งการดึงดูดทั้งหมดที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน หาใช่คำสาป หรือเพราะดวงเมืองกำลังตกแต่อย่างใด

เพราะจักรวาลกำลังจัดสรรแพ็คเกจ “ความฉิบหาย” แบบ extreme ที่สุดเท่าที่จะสรรหามาให้ได้  คือการได้มีผู้นำที่ชั่วที่สุด ทำให้คนไทยจนที่สุด ท่ามกลางวิกฤติที่สุด เพื่อให้คนไทยได้บรรลุถึงจุดที่ขาดแคลนที่สุด จนสมใจคนไทยผู้เป็นเจ้าของ “จักรวาลแห่งความขาดแคลน”

ขอบคุณภาพประกอบจาก : www.khaosod.co.th

วิธีที่จะหยุดวงจรอุบาทว์แห่งการดึงดูดคนล้างผลาญและสถานการณ์วิกฤติเข้ามารวมเป็นประเทศไทยในเวอร์ชั่นที่อุดมไปด้วยความขาดแคลนและเหลื่อมล้ำคือการสร้าง “จักรวาลประเทศไทย” ในแบบที่เราอยากให้เป็น ด้วยความเชื่ออย่างสุดใจว่าเราทุกคนมีสิทธิ และมีอำนาจเพียงพอที่จะกำหนดทิศทางประเทศนี้เสมอ

ด้วยการมองให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ที่เราควรเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณที่มีเหลือเฟือ หรือวัคซีนหลายสิบล้านโดสที่พร้อมเข้ามาจากทุกทิศทาง และคอยตรวจสอบดูผู้ที่กำลังจัดละครตบตาให้คนไทยเชื่อว่ากำลังขาดแคลนเพื่อหล่อเลี้ยงความฉิบหายนี้ต่อไป

พร้อมทั้งสร้างระบบความคิดใหม่เพื่อสร้าง “จักรวาลใหม่” เพื่อเบียดระบบความคิดเก่าที่สร้างจักรวาลเก่าให้ตกไปในที่สุด

ด้วยการใช้ชีวิตด้วยเชื่อและตระหนักว่าเราทุกคนล้วนเท่าเทียม และมีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ ที่จะพูด แสดงออก เรียกร้องความเป็นธรรม และประชาชนมีอำนาจเหนือสถาบันใดๆ ในแผ่นดินนี้ อีกทั้งมีสิทธิ์ในทรัพยากรของประเทศ และควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องยอมรับมาตรฐานแบบ “เจียดให้”

จนกว่าจิตสำนึกแห่งความขาดแคลน ที่ทำให้คนไทยต้องแย่งชิงปาดเนื้อกันเองแทนที่จะมุ่งไปหาคลังงบประมาณอันอุดมสมบูรณ์ที่ควรจัดหาคุณภาพชีวิตที่ดีมาให้คนไทย และจิตสำนึกดูถูกตัวเองที่ปฏิเสธการเคารพสิทธิเสรีภาพของมนุษย์จะเสื่อมกำลังและล่มสลายไปในที่สุด

เพราะทุกคนมีอำนาจที่จะมีส่วนสร้างโลกนี้อย่างเท่าเทียมกัน

อาจใช้เวลา แต่ขอให้ทุกคนมีความหวัง


อ้างอิง

1-https://en.m.wikipedia.org/wiki/Law_of_attraction_(New_Thought)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *