สารตั้งต้นแห่งความเป็นทาส “อำนาจนิยม” ทำร้ายเราอย่างไร

สารตั้งต้นแห่งความเป็นทาส “อำนาจนิยม” ทำร้ายเราอย่างไร


“ปลดแอกตัวเองจากวิธีคิดแบบทาส ไม่มีใครปลดปล่อยทาสในจิตใจเราได้นอกจากตัวเราเอง”

Bob Marley ศิลปินชาวจาเมกา

หนึ่งในค่านิยมที่ทำให้คนไทยยอมจำนนเป็นทาสคือแนวคิด “อำนาจนิยม” ที่หล่อหลอมให้คนเห็นคนเป็นคนไม่เท่ากัน

สิ่งที่แนวคิด “อำนาจนิยม” ทำร้ายสังคมไทย คือการกดหัวให้คนหงอกับผู้มีอำนาจเหนือกว่า และกร่างกับคนที่มีอำนาจเท่ากันหรือด้อยอำนาจมากกว่าแทน เพื่อชดเชยกับการที่ตัวเองโดนคนมีอำนาจเหนือกว่ากดหัว

ตัวอย่างง่ายๆ เลยคือแท็กซี่ (ในยุคก่อนโควิดระบาด) แนวคิดอำนาจนิยมกดหัวคนขับแท็กซี่ให้ยอมทนต่อค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 35 บาทมามากกว่า 20 ปี ซึ่งแทนที่คนขับแท็กซี่จะรวมตัวกันเป็นสหภาพแรงงานแล้วไปประท้วงกับกรมขนส่งทางบก เพื่อปรับราคาค่าโดยสาร อำนาจนิยมกดหัวให้พี่ๆ โชเฟอร์หงอกับหน่วยงานที่มีอำนาจ และหันมาชดเชยค่าโดยสารด้วยการปฏิเสธผู้โดยสารคนไทย และรอชาวต่างชาติ (ซึ่งด้อยกว่าในความรู้เรื่องเมืองไทย) มาให้คนขับหลอกคิดราคาเหมาไปแทน

หรือตัวอย่างที่ทันสมัยกว่านี้หน่อยก็คือเรื่องชุมนุมของราษฎรในปีที่ผ่านมา ที่หลายๆคนเลือกที่จะหลับตาให้กับความเลวร้ายของรัฐ และประนามคนที่ออกมาร่วมชุมนุม (ซึ่งเป็นคนระดับเดียวกัน) ว่าทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนบ้าง ทำให้เศรษฐกิจไม่ดีบ้าง ทำให้เสี่ยงติดโควิดบ้าง หรือโบ้ยว่า วิกฤติโควิดไม่ทันจบ วิกฤติม็อบก็มาซ้ำเติมประเทศ ทั้งที่ความจริง ถ้าพวกเขาอยากให้บ้านเมืองดีขึ้น ก็ควรออกมาร่วมชุมนุมกดดันรัฐบาลมิใช่หรือ ไม่ใช่หันไปปิดปากม็อบ และสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลที่ทำงานด้อยประสิทธิภาพ

อำนาจนิยมนี้เป็นรากของวัฒนธรรมไทยมาหลายร้อยปี เป็นต้นธารของระบบศักดินาและระบบราชการไทยในปัจจุบัน กล่อมเกลาความคิดให้พ่อแม่ ครูอาจารย์ และชนชั้นกลาง Gen X กับ Boomer เพิกเฉยต่อความเดือดร้อนที่คนรุ่นใหม่เผชิญ ด้วยการอ้างว่ากลัวกระทบกับที่ทำงาน หรือกลัว “ผู้ใหญ่” ไม่ปลื้ม บลา บลา บลา

แน่นอนว่า ในสายตาของ Gen X กับ Boomer แค่คนรุ่นใหม่ออกมาปราศรัยด้วยความเชื่อที่ว่า “คนเท่ากัน” มันคือความเลวร้ายในสายตาพวกเขาแล้ว โดยไม่ต้องฟังเนื้อหาเสียด้วยซ้ำ ไม่แปลกที่พวกเขาจะยังมองว่าม็อบเกิดจากนักการเมืองหนุนหลังและต้องการล้มล้างสถาบัน

เพราะสำหรับเขาแค่มีท่าทีกระด้างกระเดื่องต่อผู้มีอำนาจ คือความผิดในตัวเอง โดยไม่ต้องสนใจเรื่องอื่น พวก Gen X กับ Boomer ที่หมอบกราบเสียจนเคยชิน จึงโกรธผู้ชุมนุมที่พูดถึงสถาบันเบื้องสูง ด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากเขา โดยไม่ต้องสนใจว่าสิบข้อเรียกร้องนั้นคืออะไรด้วยซ้ำ

อำนาจนิยมหลอกตาคนบางกลุ่มว่า ผู้น้อยต้องการอะไรจากผู้ใหญ่ ต้องทำตัวหมอบกราบ สยบยอม ประจบประแจง จนผู้ใหญ่ใจอ่อนเมตตาสงสาร หาใช่การตระหนักรู้ในสิทธิตัวเอง และเรียกร้องอย่างเท่าเทียม ในฐานะ “คนเท่ากัน”

อำนาจนิยมสร้างเพดานความคิดว่า ตัวเองไม่มีอำนาจอะไร เรียกร้องไปก็เหนื่อยเปล่า เราเป็นแค่กบที่ต้องเลือกนายเท่านั้น แถมยังกดหัวคนให้ยอมรับว่าผู้มีอำนาจสามารถใช้ความรุนแรงได้เป็นเรื่องปกติ ถ้าผู้ชุมนุมบาดเจ็บ ถือเป็นความโง่รนหาที่เอง ทั้งๆ ที่ผู้ชุมนุมมาด้วยมือเปล่า

อำนาจนิยมทำร้ายสังคมไทยมามากพอแล้ว และถึงเวลาที่ต้องจบที่รุ่นเราเสียที

“ศักดินาจงสูญพันธ์ คนเท่ากันจงเจริญ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *