ใครกันแน่ที่ก่อความไม่สงบ? ประชาชนมือเปล่าหรือตำรวจถืออาวุธ กับภาพยนตร์ The Trial of Chicago 7

ใครกันแน่ที่ก่อความไม่สงบ? ประชาชนมือเปล่าหรือตำรวจถืออาวุธ กับภาพยนตร์ The Trial of Chicago 7


การปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมมือเปล่า และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีทั้งไม้กระบอง และปืนยิงแก๊สน้ำตา ที่จบลงด้วยหนึ่งในแกนนำถูกทำร้ายบาดเจ็บ แต่สุดท้ายแกนนำ 7 คน ถูกพาขึ้นศาลอาญาในข้อหา “ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง” แต่ตำรวจผู้กระทำนั้น กลับลอยนวล และไม่ต้องรับผิดอะไร

เราไม่ได้กำลังทำนายอนาคต แต่กำลังพูดถึงเหตุการณ์จริงในอดีต ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ฉาย Netlflix ในชื่อ The Trial of Chicago 7 หนังเรื่องนี้สร้างจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในปี 1968 เมื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้รวมตัวกันประท้วงที่หน้าตึกอินเตอร์เนชั่นแนล แอมฟิเธียเตอร์ ที่เป็นสถานที่จัดงานประชุม Democratic National Convention เพื่อต่อต้านการส่งทหารอเมริกันไปรบในสงครามเวียดนาม

ผู้ชุมนุมประท้วงกันอย่างสันติ แต่ต่อมา Tom Hayden แกนนำจากกลุ่ม นักศึกษาเพื่อสังคมประชาธิปไตย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้าย และนั่นนำไปสู่การตะลุมบอนกันระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจ หลังการปะทะจบลง แกนนำทั้ง 7 คน (ที่ถูกเรียกรวมกันว่า Chicago 7) ถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหา “ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง” จากการปราศรัยบนเวทีอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน

แหตุการณ์หลักของภาพยนตร์คือการต่อสู้กันในชั้นศาลระหว่างอัยการของรัฐบาล Richard Schultz ที่ได้รับคำสั่งมาจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงให้เอาผิด Chicago 7 ให้ได้ เพื่อแลกกับการเลื่อนตำแหน่งทางราชการ กับ William Kunstler ทนายความฝั่งจำเลยทั้ง 7 คน ที่ต้องการยืนยันความบริสุทธิ์ของเหล่าแกนนำ

ในสายตาของ Richard Schultz เขาเห็นกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงเป็นพวก “ขี้แพ้ที่ไม่มองโลกตามความเป็นจริง” ในขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงมาพร้อมกับความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะรักษาชีวิตของคนรุ่นใหม่ ให้อยู่รอดปลอดภัย ไม่ต้องไปเสี่ยงชีวิตในสงคราม สองอุดมการณ์นี้ถูกนำมาฟาดฟันกันในชั้นศาล

https://cdn.theatlantic.com/thumbor/rwJ2tpA-oqvfGUP5pzM4Gyi6URw=/0x0:6000x4000/850x567/media/img/posts/2020/10/C7_00375/original.jpg

ในชั้นศาล กระบวนการยุติธรรม ก็ไม่เป็นธรรมกลุ่มผู้ชุมนุมแต่อย่างใด ทั้งการที่พวกเขาไม่สามารถเอาผิดตำรวจที่เป็นคนใช้ความรุนแรงได้ เพราะไม่สามารถระบุว่าตำรวจคนไหน ชื่ออะไร เป็นคนลงมือทำร้ายประชาชน และการใช้ Tone Policing จับผิดมารยาททั้งภาษากายและคำพูดของผู้ชุมนุมตลอดเวลาในชั้นศาล และเพิ่มข้อหาหมิ่นศาลอีกหลายกระทงให้ผู้ชุมนุม

ในตอนจบของเรื่อง แกนนำบางคนถูกตัดสินจำคุก 5 ปี แต่สุดท้ายศาลอุธรณ์ภาคเจ็ดตัดสินใจกลับคำตัดสิน ทำให้แกนนำทั้งหมด 7 คน ไม่มีใครถูกตัดสินโทษจำคุก ส่วนผู้พิพากษาของคดีนี้ ก็ถูกโหวตโดยทนายความในชิคาโกให้ “ขาดคุณสมบัติ” ในการเป็นผู้พิพากษาในปี 1974

แม้ในท้ายที่สุดการชุมนุมหน้าอินเตอร์เนชั่นแนล แอมฟิเธียเตอร์ จะถือเป็นความผิด แต่กระบวนการยุติธรรมที่ให้ความยุติธรรมช้า และไม่สามารถลงโทษผู้กระทำผิดตัวจริงได้อยู่ดี ก็ทำให้ผู้ชุมนุมนั้นเจ็บตัวฟรีๆ จากน้ำมือของตำรวจอยู่ดี

https://cdn.theatlantic.com/thumbor/pCMxLystSX3OhtN1Y_5CstW15RI=/0x128:6000x3503/1952x1098/media/img/mt/2020/10/C7_01515_r/original.jpg

ไม่ต่างจากการชุมนุมของคนไทยที่เรียกร้องประชาธิปไตยมาตลอด 1 ปี ที่ต้องเผชิญกับรถฉีดน้ำแรงดันสูง, น้ำผสมสารเคมี, แก๊สน้ำตา และการใช้กระสุนยางที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล ที่สุดท้ายกลายเป็นแกนนำโดนคดีความมั่นคงเป็นหางว่าว แต่คนที่ใช้ความรุนแรงกลับไม่โดนอะไร นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับในภาพยนตร์ The Trial of Chicago 7 ที่ “อำนาจ” ของรัฐกดทับคนบางกลุ่มให้เป็นคนผิด และปล่อยให้คนบางกลุ่มลอยนวล

ความรุนแรงจากตำรวจในสหรัฐอเมริกาที่อยู่ในภาพยนตร์ เกิดขึ้นในปี 1968 และก็ยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน นั่นนำไปสู่คำถามสำคัญคือแล้วปัญหาความรุนแรงจากผู้ที่ควรพิทักษ์สันติราษฎร์จะจบลงเมื่อไหร่? ไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจหรอกหรือที่จะต้องช่วยคุ้มกันให้ผู้ชุมนุมทุกคนได้ชุมนุมอย่างสันติและเดินทางกลับบ้านปลอดภัย หาใช่ลงมาเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง?

The Trial of the Chicago 7. Yahya Abdul-Mateen II as Bobby Seale in The Trial of the Chicago 7. Cr. Niko Tavernise/NETFLIX © 2020

และที่สำคัญ ระหว่างประชาชนมือเปล่ากับตำรวจถืออาวุธ ใครกันแน่ที่ก่อความไม่สงบ?

ปล. ภาพยนตร์เรื่องนี้มีหาดูได้ใน Netflix เขียนบทและกำกับโดย Aaron Sorkin คนเขียนบท The Social Network และ Jobs นำแสดงโดยดาราดังๆ มากมาย ทั้ง Eddie Redmayne (พระเอก The Theory of Everything), Joseph Gordon-Levitt (พระเอก 500 Days of Summer) และ Sacha Baron Cohen (พระเอก The Dictator)

ปล2. แต่ตอนเราดู เราไม่เห็นเป็นหนังฮอลลีวู้ดแต่อย่างใด เราเห็นตัวละครในนั้นเป็น เพนกวิน, รุ้ง,ไผ่, ทนายอานนท์, มายด์, เดียร์ ตลอดทั้งเรื่องเลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *