ปลายยอดของภูเขาน้ำแข็งแห่งอภิสิทธิชน

ปลายยอดของภูเขาน้ำแข็งแห่งอภิสิทธิชน


คิดๆ ดูแล้ว เสียงลือเสียงเล่าอ้างเรื่องการจัดสรรวัคซีนเพื่อ VVIP หรือการสร้างเกณฑ์ยุ่งยากให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในการรับวัคซีน mRNA มันก็เป็นปลายยอดของภูเขาน้ำแข็ง ที่เป็นผลผลิตของวัฒนธรรมอำนาจนิยมที่ฝังลึกในสังคมไทยมานาน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการบูชา “อภิสิทธิ” ที่เราเห็นจนชินตานั่นแหละ

มันคือเรื่องเดียวกับการยัดเงินแป๊ะเจี๊ยะ ให้ลูกเข้าเรียนโรงเรียนดังๆ โดยไม่ต้องสอบเข้าและไม่ได้เป็นเด็กในพื้นที่ใกล้โรงเรียน

มันคือเรื่องเดียวกับการเบ่งใส่ตำรวจว่า “คุณรู้มั้ยผมลูกใคร” หรือเวลามีข้อพิพาทก็จะเอาญาติที่เป็นตำรวจหรือทนายความมาข่มกัน

มันคือเรื่องเดียวกับการมอบเงินหรือของขวัญให้ผู้มีอำนาจ เพื่อหวังผลประโยชน์จากเส้นสายและบอกว่าเป็น “สินน้ำใจ เล็กๆน้อยๆ”

มันคือเรื่องเดียวกับการยัดเงินตำรวจ 3-4 พันตอนเมา เพื่อที่จะไม่ต้องเป่าแอลกอฮอล์ให้เสี่ยงนอนคุก

มันคือเรื่องของคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าทำผิดและผู้ใต้บังคับบัญชายังคงฝืนอวยต่อไป เพราะกลัว “เสียผู้ใหญ่” เดี๋ยวท่านจะไม่อนุมัติให้เราเลื่อนขั้น

มันคือเรื่องเดียวกับคนที่รีบไปแชทหาเพื่อนที่ไม่สนิทนักเพื่อฝากซื้อของที่ดองกี้ สาขาชิบูย่า เมื่อเห็นเพื่อนคนนั้นลงไอจีว่าอยู่ญี่ปุ่น ทั้งๆที่ของชิ้นนั้น ซื้อจาก Amazon ก็ได้ ดีไม่ดี มีขายที่ดองกี้ เอกมัยด้วยซ้ำไป เพื่อเอามาอวดเพื่อนในที่ทำงานว่า “ชั้นฝากเพื่อนซื้อของจากญี่ปุ่นได้”

มันเป็นเรื่องเดียวกับการบอกเพื่อนให้ทำงานให้ตัวเองฟรีๆ ด้วยเหตุผลว่า “เพื่อนกัน ช่วยกันหน่อยสิวะ” โดยไม่ถามความสมัครใจของอีกฝ่ายก่อน

มันคือค่านิยมที่คนรุ่นก่อนยกย่องกันหนักหนาว่าเป็นเรื่องของ “คนเข้าใจโลก เขาทำกัน”

ถ้าเรายังคงมองว่าการยอมรับวัฒนธรรมอำนาจนิยมตามตัวอย่างข้างต้น เป็นเรื่อง “ความเข้าใจโลก” เป็นเรื่องของคนที่ “รู้จักปรับตัว ไม่โลกสวย หัวแข็ง ดื้อด้าน บ้าอุดมการณ์ฟุ้งเฟ้อ” เราคิดว่าคนๆ นั้นก็ไม่ควรเก็บแค้นใจเรื่อง VVIP ของวัคซีนโควิด-19 เช่นกัน เพราะคุณก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *