จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน รัฐสวัสดิการไม่ใช่พ่อแม่รังแกฉัน แต่เป็นหลักประกันให้เดินตามฝันอย่างมั่นใจ

จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน รัฐสวัสดิการไม่ใช่พ่อแม่รังแกฉัน แต่เป็นหลักประกันให้เดินตามฝันอย่างมั่นใจ


หลายคนชอบดูถูกถากถางว่าถ้าเมืองไทยเป็นรัฐสวัสดิการ เช่น มีการแจก Universal Basic Income ให้ประชาชนทุกคนอย่างถ้วนหน้า ประชาชนจะขี้เกียจ ไม่ทำงานทำงาน เอาเงินที่รัฐแจกไปลงกับ สุรา นารี และการพนันไปเสียหมด บ้างก็เปรียบเทียบว่า รัฐสวัสดิการเหมือนพ่อแม่รังแกฉัน ที่ตามใจลูกจนเสียคน

ไม่แปลกหรอกที่คุณจะคิดแบบนั้น เพราะภาพลักษณ์ของรัฐสวัสดิการในการศึกษาและในสื่อของบ้านเรา มันก็เป็นแบบนั้นมาตลอด ตามค่านิยมแบบไทยๆ ที่รัฐอยากให้คุณคิด

เลนจักรยานที่โตเกียว ภาพจาก Japantimes

ตอนแรก เราก็เคยคิดแบบนั้น จนกระทั่งเราไปญี่ปุ่น เมื่อ 7 ปีก่อน ตอนนั้นเราพบว่าที่โตเกียวมีคนปั่นจักรยานเยอะมาก นั่นเป็นเพราะที่ทางเท้าของเมืองมีการทำเลนจักรยานที่ทาสีชัดเจน ทำให้นักปั่นไม่ต้องปั่นจักรยานลงถนนใหญ่ ซึ่งเสี่ยงโดนรถชน ความปลอดภัยของการปั่นจักรยานที่นั่น ทำให้คนปั่นจักรยานกันมาก ตรงข้ามกับกรุงเทพที่แทบจะหาเลนจักรยานไม่เจอเลยเสียด้วยซ้ำ แถมเลนที่มีก็มีแต่เส้นทางสั้นๆ และมีรถมาจอดขวางเกะกะตลอดเลนอีกด้วย

รัฐสวัสดิการก็เหมือนกับเลนจักรยานนั่นแหละ มันคือสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกมั่นใจมากขึ้น ช่วยลดความกังวลจากความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัยในการใช้ชีวิต

ถ้ามีรัฐสวัสดิการที่ดีพอ คนตั้งใจเรียนสิ่งที่อยากเรียนโดยไม่ต้องกลัวว่าจะหางานไม่ได้ ลดภาระการเรียนไม่ตรงสายเพราะเลือกคณะตามใจพ่อแม่ (ที่เอาแต่กังวลว่าถ้าลูกไม่เรียนคณะยอดนิยมจะหางานยากในอนาคต) เพราะมีเงินของรัฐคอยสนับสนุนให้คนตามหาความฝัน คนมีเวลาพัฒนาทักษะเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองมากขึ้น เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะอดตายมากนัก

หลายคนปรามาสว่าถ้าเอาเงินให้คนจน คนไร้การศึกษา คนเหล่านั้นจะเอาเงินไปสูบบุหรี่กินเหล้าจนหมด โดยที่พวกเขาไม่เอะใจเลยว่าที่คนเหล่านั้นสูบบุหรี่กินเหล้า เพราะเขาไม่มีเงินมากพอที่จะผ่อนคลายชีวิตในราคาที่แพงกว่าและดีต่อสุขภาพมากกว่านั้นต่างหาก

ภาพจาก Praew

นั่นทำให้เราเกิดคำถามในใจมากมายว่า เรากำลังอยู่ในสังคมแบบไหน?

สังคมแบบไหนกันที่สร้างสื่อมามอมเมาประชาชนด้วยกันเองว่า ที่คนจนยังคงจนอยู่นั้นเป็นเพราะพวกมันโง่เอาเงินไปกินเหล้าเสียหมด โดยเพิกเฉยต่อการกดทับเชิงโครงสร้างและความเหลื่อมล้ำทั้งรายได้และโอกาส ที่ทำให้คนจนต้องดื่มเหล้า

สังคมแบบไหนกัน ที่ส่งเสริมให้รัฐบาลพูดในอีเวนท์ต่างๆ ว่าเราต้องการแรงงานที่มีทักษะใหม่ๆ มีความคิดนอกกรอบ เพื่ออวดว่าตัวเองมีวิสัยทัศน์ แต่ผลักภาระให้ประชาชนด้วยการพร่ำบอกว่าที่คนตกงานเยอะเพราะไม่ยอมพัฒนาตัวเอง เอาแต่เลือกเรียนคณะตามใจอยากไม่มองตลาดแรงงาน

ภาพจาก https://mgronline.com/around/detail/9630000039463

สังคมแบบไหนกันที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าสวัสดิการจากรัฐคือแย่งกันชิงโชคเหมือนการกดบัตรคอนเสิร์ต และการให้สวัสดิการถ้วนหน้าแก่ประชาชนทุกคนเป็นเรื่องเพ้อฝัน

สังคมแบบไหนกันที่ทำให้เราเชื่อว่าสวัสดิการจากรัฐ มีไว้เพื่อช่วยคนจนไว้พอกันตาย ไม่ใช่สวัสดิการของทุกคน ทั้งๆที่พวกเขาก็รู้อยู่ในใจลึกๆว่า ถ้าสวัสดิการเป็นของประชาชนทุกคน ทุกคนจะรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมในสวัสดิการนั้น และอยากให้สวัสดิการมันมีคุณภาพดีอย่างต่อเนื่องไปด้วย เพราะตัวเองก็ได้ประโยชน์จากมัน

สังคมแบบไหนกันที่ทำให้เราต้องยินดีอย่างเสียไม่ได้กับการให้ภาษีของเจ้าของประเทศไปกับรถถัง เครื่องบิน และเรือดำน้ำ แต่วัคซีนคุณภาพประชาชนต้องควักเงินส่วนตัวออกเอง เช่นเดียวกับเบี้ยผู้สูงอายุแค่เดือนละ 600 บาท ค่าอาหารกลางวันเด็กวัยเรียนวันละ 21 บาท และปล่อยให้อีกหลายครอบครัวกำลังอดอยาก ในขณะที่อาหารของนักการเมืองในสภา อยู่ที่วันละ 861 บาท

คุณอาจจะมองเรื่องคนจนโดนกดทับด้วยวาทกรรม “โง่ จน เจ็บ” รวมถึง ความเหลื่อมล้ำเป็นเรื่องปกติเพราะเห็นจนชิน และคุณคิดว่าคุณสามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ด้วยการทำงานให้หนัก เก็บเงินให้เยอะจนคุณขึ้นไปอยู่บนปลายยอดพิระมิด จนความเหลื่อมล้ำไม่ใช่ปัญหา เพื่อที่จะสืบทอดแนวคิดว่าคนจนยังจนอยู่เพราะพวกมันทำตัวเอง และปล่อยให้รัฐสวัสดิการเป็นเรื่องเพ้อฝันของนักวิชาการขี้แพ้ ที่ไม่ยอมมองโลกตามความเป็นจริง

แต่ลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นบัณฑิตจบใหม่ในวันนี้ คุณอยากจะใช้เงินเดือนก้อนแรกในชีวิตไปกับการใช้หนี้ผ่อนรถและค่าน้ำมันรถ หรือคุณจะจ่ายเงินไม่กี่บาทเพื่อซื้อจักรยานแล้วปั่นไปทำงาน แล้วเก็บเงินที่เหลือไปทำตามความฝันล่ะ ในเมื่อคุณสามารถปั่นในเลนจักรยานได้อย่างปลอดภัย เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ทั่วประเทศ

เราถึงบอกคุณไงว่ารัฐสวัสดิการ มันก็คือเลนจักรยาน ที่ทำให้คุณใช้ชีวิตได้ปลอดภัยขึ้น ด้วยทุนที่ช่วยให้ทุกคนได้เดินตามหาความฝันโดยไม่ต้องกังวลเท่าไหร่นัก

รัฐสวัสดิการไม่ใช่เรื่องของคนขี้เกียจที่โทษทุกอย่างเป็นความผิดของรัฐ และเอาแต่นอนแบมือขอความช่วยเหลือจากรัฐอยู่ร่ำไป แต่มันคือเรื่องของคนที่เห็นคนเป็นคนอย่างเท่าเทียมกัน จนผลักดันให้เกิดรัฐบาลที่พร้อมสนับสนุนทุกคนอย่างเต็มที่ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

*ขอบคุณภาพปกจาก Sina Wittayawiroj®


ที่มาของข้อมูล

https://www.facebook.com/watch/?ref=external&v=515725092430676

https://www.amarintv.com/news/detail/70167

https://www.prachachat.net/politics/news-610830?fbclid=IwAR0uy-9UKaBSJ1wgmQ5JKXJULiMmz26Yb58sFZ2pLLMlDgYNOcNZThMk6fE

https://www.facebook.com/ballbanofficial/posts/374676994024993

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *