การปฏิเสธ “สิทธิมนุษยชน” ทั้งที่ตนก็เป็น “มนุษย์” …เกิดขึ้นได้เมื่อคนเรามั่นใจว่าตนเป็นมนุษย์ที่ดีกว่า จนได้รับอภิสิทธิ์ช่วยผู้มีอำนาจจำกัดสิทธิเสรีภาพคนอื่น

ความเชื่อใน “ความไม่เท่าเทียม” ทำให้เกิดการสนับสนุนให้มีการ “ละเมิดสิทธิมนุษยชน” แทนที่จะรักษาไว้เผื่อตนเอง
มาจากความมั่นใจอย่างสุดโต่ง ว่าตนเป็นผู้มีอภิสิทธิ์ในระบอบอำนาจนิยม จนไม่ต้องเผชิญกับความไม่เป็นธรรมใดตามมาตรฐานของคนทั่วไป

“เผด็จการความศรัทธา”มาพร้อมกับอำนาจนิยม…เพราะประเทศนี้อุดมไปด้วยศาสนิกคลั่งอัตตาและคลั่งอำนาจ แม้แต่สิทธิการ “กราบ” จึงถูกจำกัด

หากคนไทยตระหนักเรื่อง “สิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล” ได้อย่างแท้จริง คงสามารถเข้าใจได้ง่ายว่าเรื่องของ “ศรัทธา” มีเพียงการตระหนักว่า ใครใคร่ “กราบ” ก็กราบ ใครใคร่เชื่อก็เชื่อไป และไม่ควรมีใครมาวุ่นวายกับคนไม่กราบ หรือคนที่เลือกกราบสิ่งอื่นเท่านั้นเอง

“ความดีย์” ของเธออาจไม่ใช่ความดีแบบของฉัน… ไม่แปลกที่“ไม้บรรทัดความดี”ของมนุษย์ต่างกัน แต่ความสามานย์คือรัฐที่จำกัดเงื่อนไขความดีเป็นกฎหมายเพื่อลิดรอนทางเลือกอื่น

การที่ “เกณฑ์ศีลธรรมในอุดมคติ” ส่งผลต่อทัศนคติทางการเมืองของมนุษย์ต่างกันไม่ใช่เรื่องผิด แต่ความสามานย์คือการที่บางประเทศมี “ระบอบเผด็จการ” กีดกันไม่ให้ประชาชนมีสิทธิ์เลือกใช้ชีวิตตามเกณฑ์ความดีของพวกเขา

Don’t kill me with your Ego. สิ่งที่ทำลายอนาคตของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง คือ “อีโก้” สูงลิ่ว และ “ภาพลวงตาเชิงบวก” ของคนรุ่นก่อนที่ไม่ยอมปล่อยมือจากอำนาจในการควบคุมโลก

ความจริงแล้วมนุษย์ทุกคนสามารถตกอยู่ในความยึดติด “ภาพลวงตาเชิงบวก” ของตัวเองได้ทั้งนั้น
แต่อันตรายคือการที่ภาพลวงตาจากอีโก้อันสูงลิ่วของคนไม่กี่คน มีผลต่อความเป็นความตาย และคุณภาพชีวิตของคนหมู่มาก โดยเฉพาะหากในสังคมนั้นไม่มีระบบคอยคานอำนาจ หรือตรวจสอบไม่ให้ “อีโก้” เหล่านี้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ

พลังความกร่างของสาวก “อำนาจนิยม” ไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่คือ “นิสัยขี้กลัว” แบบหมาดุติดบ้าน… ที่กลัวแม้กระทั่งการมี “เสรีภาพ”

ในขณะที่ “กองทัพคนดีย์” พิทักษ์อำนาจนิยมเหล่านี้คิดว่าตนเป็นเหล่าผู้กล้าหาญ ความจริงแล้วพวกเขาเป็นเพียงหมาที่เผด็จการปลูกฝัง “นิสัยขี้กลัว” ให้จนกลายเป็นหมาดุ

ชวนดูซีรีส์ “Young Royals” เมื่อมกุฏราชกุมารแห่งสวีเดนต้องมาเรียนไฮสคูลร่วมกับสามัญชน… คนที่ไม่อยากให้สังคม “เท่าเทียม” คือพวกที่อยากฉกฉวยผลประโยชน์จากช่องโหว่แห่งความเหลื่อมล้ำ

ทัศนคติแห่งความเสมอภาคที่มาจากการได้รับการสนับสนุนดูแลจากรับอย่างเท่าเทียม จนเกิดการตระหนักถึงความเสมอภาคที่จับต้องได้ของชาวสวีเดน จึงทำให้คนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องสปอยล์ลูกคนรวย แม้แต่ลูกกษัตริย์ก็ตาม และจะไม่สอนให้ลูกตัวเองศิโรราบให้กับอำนาจนิยมที่แสนไร้ประโยชน์ในสังคมที่ความเท่าเทียมและความเป็นธรรมไม่ได้มีราคาแพง

“จักรวาลแห่งความขาดแคลน” จากระบบจิตสำนึกวิบัติ ตัวการดึงดูดความฉิบหายมารวมไว้ที่ประเทศไทย

“ผู้นำกาลกิณี+กลียุค” ในวันนี้ อาจคือผลพวงแห่งการดึงดูดทั้งหมดที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน
เพราะจักรวาลกำลังจัดสรรแพ็คเกจ “ความฉิบหาย” แบบ extreme ที่สุดเท่าที่จะสรรหามาให้ได้ คือการได้มีผู้นำที่ชั่วที่สุด ทำให้คนไทยจนที่สุด ท่ามกลางวิกฤติที่สุด เพื่อให้คนไทยได้บรรลุถึงจุดที่ขาดแคลนที่สุด จนสมใจคนไทยผู้เป็นเจ้าของ “จักรวาลแห่งความขาดแคลน”

It’s a Blue Valentine : Quotes of John Lennon

“เราอยู่ในโลกที่ต้อง make love กันแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในขณะที่ฝึกฝนการใช้ความรุนแรงกันกลางวันแสก ๆ”
“We live in a world where we have to hide to make love, while violence is practiced in broad daylight.”

― John Lennon