การปฏิเสธ “สิทธิมนุษยชน” ทั้งที่ตนก็เป็น “มนุษย์” …เกิดขึ้นได้เมื่อคนเรามั่นใจว่าตนเป็นมนุษย์ที่ดีกว่า จนได้รับอภิสิทธิ์ช่วยผู้มีอำนาจจำกัดสิทธิเสรีภาพคนอื่น

ความเชื่อใน “ความไม่เท่าเทียม” ทำให้เกิดการสนับสนุนให้มีการ “ละเมิดสิทธิมนุษยชน” แทนที่จะรักษาไว้เผื่อตนเอง
มาจากความมั่นใจอย่างสุดโต่ง ว่าตนเป็นผู้มีอภิสิทธิ์ในระบอบอำนาจนิยม จนไม่ต้องเผชิญกับความไม่เป็นธรรมใดตามมาตรฐานของคนทั่วไป

ความเชื่อเรื่อง “บาป” จากการ “ทำแท้ง” …เปรียบได้กับการฆ่าคน การขัดประสงค์พระเป็นเจ้า หรือสิทธิการเลือกของ “มนุษย์”

ท่ามกลางข้อถกเถียงกันในสังคมแห่งการเคร่งครัดศาสนาและซีเรียสเรื่อง “ศีลธรรม” มากกว่า “สิทธิมนุษยชน”
ที่เมื่อใดที่มีการพูดถึงการทำแท้งขึ้น การแย้งเรื่อง “บาป” มักจะเป็นความกังวลใจแรกๆ ของเหล่าคนนอกที่มักไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง มากกว่าการพูดถึงเหตุผล และชีวิตของคนอุ้มท้อง
ทั้งที่ความจริงแล้วความเชื่อเรื่อง “บาป” ของแต่ละคนก็แตกต่างกันด้วยซ้ำ และการเอาเกณฑ์ศีลธรรมส่วนตัวของตนมาเป็นไม้บรรทัดวัดชีวิตคนอื่นก็คงเป็นอะไรที่ไม่สมเหตุสมผลนัก เพราะในบางมิติของความเชื่อ การ “ทำแท้ง” ก็อาจไม่ใช่บาป

สังคมอุดมอภิสิทธิ

เรื่องชาวต่างชาติที่เข้ามาแพร่เชื้อโควิดในไทย หรือ super spreader ที่สนามมวย มันคือเรื่องเดียวกับการตัดผมเด็กนักเรียน เพราะการ Quarantine ของรัฐ กับกฎระเบียบเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมของโรงเรียน เป็นการออกกฎที่ใช้ควบคุมคนบางกลุ่ม และให้อภิสิทธิคนบางกลุ่มเหมือนกันทั้งคู่

Quotes – Image The Voice

ตอนเด็กๆเคยมีคนถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร นี่บอกอยากเป็นแอร์โฮสเตส เขาก็ถามกลับว่ารับได้ไหมถ้าโดน sexually harassed นี่ก็บอกรับไม่ได้ เขาเลยบอกว่างั้นก็อย่าเป็น ทุกวันนี้ยังสงสัยอยู่ว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องรับได้หรอ